Goods

2011/Jul/06

ในบรรดาสินค้าจากซีรี่ส์พรีเคียวทั้งหลายทั้งปวงนั้น ถ้านอกจากฟิกเกอร์ การ์ดสะสม หนังสือภาพหรือของเล่นดีเอกซ์อะไรต่างๆนาๆที่มักจะออกมาให้เเฟนๆได้เก็บกันเป็นประจำเเล้ว สินค้าจำพวกจิ๊กซอว์ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งไลน์สำคัญที่ผู้ผลิตมักจะผลิตออกมาวางจำหน่ายอยู่เนื่องๆเพื่อขายให้กับเด็กเล็กได้นำมันไปต่อเล่นเสริมสร้างสติปัญญาเเละไอคิวเหมือนๆกับที่เมืองไทยมีจิ๊กซอว์เชลด้อนหรือเบิร์ดเเลนด์ขายในซุ้มของเด็กเล่นนั่นเเหละ

ในจำนวนจิ๊กซอว์ทั้งหมดที่มีขายอยู่ในซีรี่ส์พรีเคียว ก็มีการเเบ่งขนาดเล็ก-ใหญ่ไม่เท่ากัน ส่วนมากที่วางขายจะเป็นจิ๊กซอว์ที่มีจำนวนชิ้นไม่มากมายนัก อย่างมากที่สุดก็พอที่จะให้เด็กสามารถต่อเล่นคนเดียวได้อย่างไม่ยากเย็นเกินไป ซึ่งก็จะตกอยู่ที่จำนวน 36 - 108 ชิ้นเป็นส่วนใหญ่ โดดออกมาจากนั้นก็จะพุ่งขึ้นไปเป็น 300 ชิ้นไปจนสุด Maximum จริงๆที่ 500 ชิ้น อันเป็นจิ๊กซอว์ระดับที่เด็กเล็กต้องการผู้ปกครองช่วยเพราะมันออกจะยากเกินไปสำหรับเด็กวัยกำลังเรียนรู้ (เเต่เด็กโข่งต่อได้สบาย) ซึ่งจิ๊กซอว์ที่ผมนำมารีวิวในวันนี้ก็จัดอยู่ในจิ๊กซอว์ระดับ Advance 500 ชิ้นนี่เเหละ

หากนับจากวันที่ได้ของมาจนถึงวันที่ต่อเสร็จก็นับว่านานอยู่พอสมควรกว่าจะมานั่งต่อจนเสร็จเนื่องจากต้องการเวลาว่างเเละการจัดพื้นที่ใช้สอยพอสมควรในการต่อให้เสร็จเนื่องจากขนาดมันใหญ่เอาการอยู่ (สูงตั้ง 50 cm. ยาว 75 cm.) เสร็จเเค่ต่ออย่างเดียวไม่พอ อยากให้จบสิ้นกระบวนการจริงๆก็ต้องหากรอบมาใส่เพื่อให้สวยงามเหมาะเเก่การนำไปตกเเต่งภายในต่อไปอีก มันก็เลยกินเวลาเยอะทีเดียวกว่าจะได้มาถึงจุดที่ครบถ้วนสมบูรณ์จริงๆ เพราะงั้นมันก็น่าเอามาบอกเล่าให้ผู้ที่สนใจดูว่า สินค้าชนิดนี้ก็เป็นสินค้าที่น่าเก็บมากทีเดียว ราคาต่อกล่องก็ถือว่าไม่เเพงนักหากเทียบกับคุณภาพของจิ๊กซอว์ที่สวยงามเเละคมชัดมากจริงๆ (ราคา 950 บาท) หากผู้ใดสนใจก็ลองหาดูได้นะครับ ตามร้านค้าต่างๆใกล้บ้านท่าน

ถ้าไง เรามาเริ่มดูตัวสินค้ากันก่อนดีกว่าว่ามันเป็นยังไงกันบ้าง

 

เริ่มจากตัวกล่องใส่กันก่อน

ด้านหน้า

ด้านข้าง

ตัวกล่องทำออกมาได้น่าสนใจมากๆ ผลิตภัณฑ์สวยงาม น่าเก็บ

เเงะของภายในออกมาให้หมด

ภายในกล่องจะประกอบไปด้วย ชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ กาวน้ำ ที่ปาดกาว เเล้วก็ใบเเจ้งรับประกันชิ้นส่วนที่สูญหายต่างๆ (ถ้าเกิดเราต่อเสร็จเเล้วมีชิ้นส่วนหายไป เราสามารถส่งใบนี้ไปเพื่อยื่นความจำนงให้ผู้ผลิตส่งชิ้นส่วนที่หายมาให้เราใหม่ได้ โดยเราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นนอกจากค่าส่งของเราเอง)


เเกะชิ้นส่วนมากองรวมกัน

เเล้วก็มาเริ่มต่อกันเถอะ!!!

ตามสูตรข้อเเรกในการต่อจิ๊กซอว์ ต่อกรอบมันก่อนเนี่ยเเหละ ง่ายสุดเเล้ว

ตามสูตรข้อที่สองในการต่อจิ๊กซอว์ ต่อในส่วนที่ตนเองชอบที่สุด เพราะมันจะมีเเรงกระตุ้นในการต่อมากกว่าส่วนใด ซึ่งในกรณีนี้ ผู้ต่อเริ่มต่อจากภาค Fresh Precure ก่อน

จะเห็นได้ว่าไม่กี่นาทีหลังจากต่อกรอบเสร็จ Cure Bukki กับ Cure Passion ก็เกือบเสร็จสมบูรณ์ในพริบตาเดียวเนื่องจากสายตาของผู้ต่อจะฉับไวมากเมื่อพบชิ้นส่วนของตัวละครสองตัวนี้ ส่วน Cure Berry เองก็โชคดีหน่อยได้เป็นรูปเป็นร่างเร็ว ทางด้าน Cure Peach นี่เเย่มากๆ เเทบไม่มีอารมณ์จะต่อเลย เลยทำให้ไปไม่ถึงไหน


ตามสูตรข้อที่สามในการต่อจิ๊กซอว์ เมื่อต่อในส่วนที่ตนเองชอบที่สุดได้ลุล่วงเเล้ว ก็มาต่อในส่วนที่ชอบลำดับถัดไป ซึ่งในกรณีนี้ ผู้ต่อก็มาต่อที่ภาค Heartcatch กันก่อน

เเน่เหนือเเน่นอน ภาคนี้ Cure Moonlight ต้องเสร็จเป็นคนเเรก ส่วน Cure Marine นี่โดดเด่นนักก็เสร็จในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน สงสารก็เเต่ Cure Blossom เเละ Cure Sunshine หมด Mood ที่จะต่อก็เลยค้างเติ่งต่อไป


ตามสูตรข้อที่สามในการต่อจิ๊กซอว์ ถ้าเจอส่วนที่ไม่ชอบจริงๆ ทำยังไงมันก็ต่อไม่เสร็จซักที เราก็ต้องอดทนรอต่อไป จนกว่าจะเจอชิ้นส่วนเเบบจังๆจริงๆถึงจะเอามาต่อ

สารภาพตามตรงเลยว่าสองภาคนี้ ต่อไปได้อย่างเนิบช้ามากๆ ทั้งๆที่ภาคต้นพวกนี้มีตัวละครน้อยที่สุดเเล้วนะ เเต่ก็ต่อได้ไม่ถึงไหนเลย ทิ้งไปเป็นวันๆเลยกว่าจะมีอารมณ์มานั่งต่อ

 

ตามสูตรข้อที่สี่ในการต่อจิ๊กซอว์ หากเราพบเเรงกระตุ้นในการต่อเเล้ว จะพบว่าอะไรๆมันก็ง่ายดายจริงๆ

พอมาถึงส่วนของ Cure Urara เท่านั้นเเหละ อะไรๆก็ดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วจริงๆ (Cure Aqua เลยได้รับอานิสงค์ไปเต็มๆ เเป๊ปเดียวก็เสร็จในพริบตา นี่ถ้าไม่อยู่ติดกับอุราระนะ ป่านนี้คงยังไม่มีหัวเเน่ๆ)


เเละก็มาถึงในสูตรการต่อจิ๊กซอว์ข้อสุดท้าย พอชิ้นส่วนมันเหลือน้อย จะชอบหรือไม่ชอบต่อมันก็ต้องทำให้มันเสร็จได้เเล้วล่ะ มันนานมากเเล้ว

 

เเละเเล้วก็...........


เสร็จสมบูรณ์ !!!

เเต่จะเรียกว่าเสร็จได้จริงๆ เราก็ต้องเเปะตัวจิ๊กซอว์เข้ากับกระดาษเเข็งด้วยนะ จะได้เอาไปใส่กรอบได้เลย


เมื่อเอาไปใส่กรอบก็ออกมาเเบบนี้

พยายามเลือกกรอบที่ไม่มีลายอะไรให้มันมากมายนัก ราคามันจะถูก เเถมอย่างหนึ่งก็คืออย่าไปลือกกรอบรูปภาพงานศพเเล้วกันครับ ที่เป็นลายเทพพนม น่ากลัวมาก เพราะจุดประสงค์เเต่ดั้งเดิมของเราคือการหากรอบมาใส่จิ๊กซอว์เพื่อฉลองหนังโรง DX 3 ไม่ใช่ไว้อาลัยให้กับการตายหมู่ของ Precure 21 คน


เมื่อเอามาวางเรียงกับจิ๊กซอว์ Precure DX 2 ที่ต่อไว้ตั้งเเต่ปีที่เเล้ว (ต่อเสร็จตอนบอลโลก 2010 เริ่มพอดี) ก็จะพบการเปลี่ยนเเปลงในรอบ 1 ปีของซีรี่ส์ Precure

จะพบว่ามีตัวละครใหม่เพิ่มขึ้น ลายเส้นก็สวยขึ้นด้วย

ที่นี้ก็มาถึงจุดสุดท้ายของสุดท้ายคือ การนำไปเเขวนประดับบ้านซะ!!!

เริ่มจาก DX 2

เเละก็เอา DX 3 ปิดท้าย

 

เป็นยังกันบ้างครับ ชอบไหม? ก็เผื่อใครชอบการ์ตูนเรื่องนี้เเล้วเป็นพวกชอบต่อจิ๊กซอว์เเล้ว สินค้าชุดนี้ถือว่าสะใจพอสมควรทีเดียวล่ะครับ เวลาต่อก็บันเทิงเริงรมย์ดีมากครับ ได้ต่อภาพน่ารักๆของตัวละครที่ชอบ ถ้าใครสนใจก็ลองไปหาซื้อมาดูนะครับผม

สำหรับวันนี้ก็ไว้เท่านี้ล่ะครับ สวัสดีครับ

2010/Nov/07

 สวัสดีครับ เพื่อนๆชาวเอ็กซ์ทีนทุกท่าน ดูเหมือนจะดองบล็อกไว้นานเกินไปแล้ว ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เผอิญบ้านที่สิงห์บุรีน้ำท่วม ผมเลยต้องลงไปช่วยเก็บของและอยู่ที่นั่น ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยระดับน้ำที่สูงเท่าๆกำแพงบ้าน - -* เอาล่ะ ตอนนี้กลับมากรุงเทพแล้วก็ขอปัดฝุ่นบล็อกหน่อยละกันนะครับ Cool
ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยผ่านตากับโฆษณาอันนี้มาบ้าง
 
ใช่ครับ นี่คือการแสดงไลฟ์โชว์สุดยิ่งใหญ่ที่ผมตั้งหน้าตั้งตารอมากกว่าฮีโร่โชว์อย่างอุลตร้าแมนเสียอีกไดโนเสาร์ขนาดเท่าจริงจากยุคไทรแอสสิก จูแรสสิค และครีเทเชียสขนาดเท่าจริงกำลังจะมาเดินวาดลวดลายที่อิมแพคท์เมืองทองธานี !! ได้ยินแค่นี้ผมก็ทนอยู่เฉยไม่ไหวจนต้องไปซื้อบัตรมาแล้ว
 
จริงๆอยากได้บัตร 2000 บาทนะ แต่คุณแม่ดันลืมแล้วลืมอีก กว่าจะได้มาซื้อบัตรที่ดีที่สุดก็เหลือแค่ 1700 บาทแล้ว เอาวะ ก็ยังดี ยังได้นั่งอยู๋แถวหน้าๆ เผื่อคอบราคิโอซอรัสจะยื่นมาถึงมั่ง 555 มาถึงตรงนี้ หลายๆคนคงสงสัยแล้วใช่มั้ยครับว่า คนที่ตลอดมาอัพแต่เรื่องเกม การ์ตูนอย่างผม จู่ๆเลือดลมตีกลับรึไงถึงได้มาชอบเจ้าสัตว์ยักษ์ล้านปีแบบนี้ ซึ่งต้องขอบอกเลยนะครับว่า "ไม่ใช่" เพราะผมชอบเจ้าสัตว์ดึกดำบรรพ์เหล่านี้มาก่อนอนิเมหรือเกมนานนับสิบปีก็ว่าได้ ซึ่งก็ตั้งใจจะมาแชร์กันแบบยาวๆในวันนี้ต้อนรับกระแส Walking with Dinosaur นี่แหละครับ
 
สำหรับผม จำได้ว่าเริ่มหลงใหลในเรื่องราวของเจ้าไดโนเสาร์ตั้งแต่ประมาณ ป.1โน่นล่ะครับ สมัยนั้นเป็นยุคที่หนังสือความรู้ซึ่งแปลจากภาษาต่างประเทศค่อนข้างเป็นที่นิยม โดยเฉพาะหนังสือชุดความรู้เบื้องต้นสำหรับเด็กของ Time Life ซึ่งในตอนนั้นฮิตมาก โรงเรียนไหนมีอยู่ชุดนึงนี่เด็กแย่งกันอ่านจะตายเพราะภาพประกอบมันสวย ซึ่งหนึ่งในหนังสือชุดนั้นก็คือเรื่องเกี่ยวกับไดโนเสาร์ และนี่คือหนังสือเล่มแรกที่ทำให้ผมรู้จักและชื่นชอบเจ้าไดโนเสาร์เอามากๆครับ จำได้ว่าตอนนั้น ถ้าไปโรงเรียนเช้ามากๆ ผมจะต้องรีบขึ้นไปห้องสมุดเพื่อหยิบเจ้าหนังสือเล่มนี้มานั่งดู นั่งจำชื่อของไดโนเสาร์ชนิดต่างๆอยู่เรื่อยจนกระทั่งจำได้หมดทั้งเล่มเลยล่ะ 555
       
หลังจากจำชื่อ ขั้นต่อไปสำหรับผมก็คือการทำความรู้จักกับไดโนเสาร์แต่ละสายพันธุ์อย่างละเอียดชนิดที่ผมว่าตัวเองจริงจังเกินเด็กวัย 10 ขวบด้วยกันไปมากเลยนะ - - พอรู้ตัวอีกที ในวัย 10 ขวบผมก็เริ่มพูดศัพท์ทางกายวิภาคของไดโนเสาร์ได้แล้ว อย่าง ออร์นิธิสเชียน(กระดูกสะโพกแบบนก) และ ซอริสเชียน(กระดูกสะโพกแบบสัตว์เลื้อยคลาน)  เล่นเอาคุยกับชาวบ้านไม่รู้เรื่องเลยเพราะเค้าไม่ได้ใส่ใจจำกันถึงขั้นนั้น 555
และหลังจากนั้น อาจจะเป็นโชคดีของผมก็ได้ที่ในที่สุด กระแสคลั่งไคล้ไดโนเสาร์ก็ถูกจุดจนติดในประเทศไทยจากอานิสงค์ของภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง Jarassic Park (ซึ่งเป็นภาพยนตร์ไตรภาคอันดับ 1 ตลอดกาลของผมด้วย)
     
จำได้ว่าตอนนั้น จากที่ผมเคยอ่านเรื่องราวของไดโนเสาร์จากหนังสือของไทม์ไลฟ์เพียงเล่มเดียว ก็กลายเป็นว่าทุกร้านหนังสือเต็มไปด้วยหนังสือเกี่ยวกับไดโนเสาร์หลายรูปแบบ ทั้งหนังสือระบายสี สมุดภาพความรู้ ไปจนถึงตำราระดับวิชาการ ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับผมในตอนนั้น ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ตักตวงความรู้เพิ่มเติมจากที่เคยอยู่ในกะลาแคบๆเพียงหนังสือเล่มเดียว ผมได้เรียนรู้ว่า ตัวเองคิดผิดที่เข้าใจว่าตัวเองรู้จักไดโนเสาร์หมดทุกสายพันธุ์ เพราะแท้ที่จริงแล้ว แม้กระทั่งในวันนี้ เราก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เราได้ค้นพบไดโนเสาร์ครบทุกสายพันธุ์หรือยัง และนั่นทำให้ผมยิ่งสนใจศึกษามากขึ้นไปอีกจนเลยเถิดไปถึงหนังสือภาษาอังกฤษ
         
ลองคิดถึงสภาพเด็ก 10 ขวบคนนึงที่เพิ่งเรียนภาษาอังกฤษแค่ Past/Present Tense แล้วต้องมานั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับไดโนเสาร์ที่มีศัพท์ยากๆเต็มไปหมดดูละกันครับ กว่าจะได้รู้จักแต่ละไดโนเสาร์ตัวในหนังสือได้นี่เล่นเอากระอักเลือด แต่นั่นก็อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผมมีพื้นฐานภาษาอังกฤษค่อนข้างดีในวันนี้ก็ได้ ผมคิดยังงั้นนะครับ จำได้ว่าตอนนั้น ผมชอบไดโนเสาร์ชัดเจนมากขนาดที่คุณพ่อ คุณแม่ คุณป้า คุณยายรู้แกวเลยว่าถ้าจะเอาใจผมต้องเอาไดโนเสาร์เข้าล่อ หนังสือด้านบนหลายเล่ม คุณพ่อคุณแม่ เป็นคนซื้อให้ผมโดยที่ผมไม่ได้ขอเลยนะครับ เรียกได้ว่า ผมจะมีความสุขที่สุดในวันเกิดทันทีถ้าของขวัญขึ้นต้นด้วยคำว่า "ไดโนเสาร์"
       
แต่ความคลั่งไคล้ไดโนเสาร์ของผมก็ยังไม่หยุดอยู๋แค่นั้นนะครับ เพราะตอนนั้นเป็นช่วงที่คุณพ่อถูก ปตท. ส่งตัวไปดูงานที่อเมริกาบ่อยมาก ประกอบกับผมได้อ่านโดราเอม่อนตอน ไดโนเสาร์ของโนบิตะ แล้วเห็นสุเนโอะมันเอาฟอสซิลเล็บไดโนเสาร์มาโชว์ เลยนึกอยากได้บ้าง ก็เลยบอกคุณพ่อว่า "ถ้าพ่อเจอฟอสซิลก็ซื้อมาให้บ้างนะ" ปรากฎว่าพอคุณพ่อกลับมา ผมงี้แทบจะลงไปนอนดิ้น เพราะเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสสัมผัสฟอสซิลของแท้ และที่สำคัญคือ มันเป็นสมบัติส่วนตัวของผมด้วย !!!
    
       
การได้ฟอสซิลครั้งนี้ ทำให้ผมรู้สึกปลื้มกับประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ เพระผมรู้สึกว่าขนาดสมบัติล้ำค่าแบบนี้เค้ายังเจียดส่วนเล็กๆออกมาขายเป็นความรู้ให้เด็กๆได้สัมผัสกับของจริง ถึงฟอสซิลที่ผมมีจะเป็นแค่กระดูกชิ้นเล็กๆหรือซากของสิ่งมีชิวิตก่อนยุคไดโนเสาร์อย่างไทรโลไบท์ แต่สำหรับผมทั้งในตอนนั้นและตอนนี้ มันก็ยังเป็นสิ่งล้ำค่าที่หาอะไรมาทดแทนไม่ได้อยู่ดี ก็ตั้งใจไว้เหมือนกันว่าถ้าทำงานแล้ว จะเก็บเงินไปอเมริกา ไปหาซื้อมาสะสมเพิ่มอีกเหมือนกันครับ
       
นอกจากฟอสซิลแล้ว ของสะสมอีกประเภทนึงที่ถือเป็นหัวใจหลักของผมเลยก็คือ "โมเดลไดโนเสาร์"ครับ ก็คงเป็นความรู้สึเหมือนคนเล่นฟิกเกอร์น่ะแหละ ชอบตัวละครในทีวีแล้วก็อยากจับต้องเป็นตัวเป็นตน ซึ่งผมเองก็เช่นกัน แต่น่าเสียดายว่าสมัยเด็กๆนั้น โมเดลไดโนเสาร์ไม่ค่อยมีความหลากหลายสักเท่าไหร่ นึกอะไรไม่ออกก็ ทีเร็กซ์ ไทรเซอราท็อปส์ มาคิดๆดู อาจเป็นเพราะตอนนั้น กระแสจูราสสิคพาร์คทำให้เจ้าทีเร็กซ์กลายเป็นดาราดังที่ใครๆก็ชื่นชอบ สินค้าเกี่ยวกับไดโนเสาร์ในตลาดก็เลยชอบจับมันมาทำโมเดลอยู่เรื่อย
      
 แต่ในที่สุด หลังจากได้ไปเยือนฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ฝั่งโรบินสัน ผมก็ได้พบกับโมเดลไดโนเสาร์ในอุดมคติ นั่นก็คือ โมเดลไดโนเสาร์ในชุดของ Carnegie Safari ซึ่งทำเอาผมในตอนนั้นตื่นเต้นจนหัวใจแทบหลุด เพราะผมไม่เคยเห็นโมเดลไดโนเสาร์ที่มีความหลากหลายแบบนั้นมาก่อน ไดโนเสาร์พันธุ์แปลกๆมากมายถูกทำออกมาเป็นโมเดลคุณภาพสูงแต่ราคาย่อมเยาจนผมรู้สึกอยากได้จนตัวสั่น หลังจากนั้นมา เมื่อถึงวันเกิด ผมจะต้องลิ่วไปฟิวเจอร์แล้วกวาดตัวที่อยากได้มาให้มากที่สุดเท่าที่คุณพ่อคุณแม่จะอนุญาต ซึ่งในตอนนี้ก็มีอยู่ราวๆนี้ครับ
        
เจ้าพวกนี้กับผมค่อนข้างผูกพันกันมากนะครับ เพราะไม่ว่าผมจะไปไหนเป็นต้องหิ้วพวกมันกระโตงกระเตงไปด้วยทุกที่ โดยเฉพาะเมื่อได้ไปพบลุงวราวุธ สุธีธร นักธรณีวิทยาและผู้เชี่ยวชาญเรื่องไดโนเสาร์ชื่อดังของเมืองไทยที่ตอนนี้เป็น ดร. วราวุธ สุธีธรไปเรียบร้อยแล้ว แน่นอนครับ จะไปพบลุงวราวุธได้ก็ต้องไปวันธรรมดา ซึ่งผมก็ยอมโดดเรียนไปกับคุณพ่อเลย 555 ประมาณว่า เรียนเมื่อไหร่ก็เรียนได้ แต่โอกาสจะได้เจอคนระดับนี้มันหาไม่ได้ง่ายๆโว้ย
       
พูดถึงเรื่องโมเดลไดโนเสาร์ ในฐานะที่ผมสะสมเจ้าพวกนี้มานาน มองว่าวงการนี้พัฒนาไปไกลและรวดเร็วมาก จากวันที่ทั้งห้างมีแต่ทีเร็กซ์ มาวันนี้คุณสามารถเป็นเจ้าของโมเดลไดโนเสาร์สายพันธุ์แปลกๆได้มากมาย แค่ซีรี่ส์ของ Safari ในปัจจุบันก็อัพเดทสายพันธุ์ใหม่ๆจนมีมากกว่าภาพข้างบนอย่างน้อย 25 สายพันธุ์เข้าไปแล้ว ส่วนฝั่งญี่ปุ่นเองก็ไม่น้อยหน้า เพราะโมเดลซีรี่ส์ Dinotales ของไคโยโดนั้น ถึงจะเป็นโมเดลไซส์เล็กแต่รายละเอียดนั้นเทพซะจนตอนนี้ผมติดมันยังกะกัญชาไปแล้ว ไปสะพานเหล็กเมื่อไหร่เป็นต้องหาติดไม้ติดมือกลับมา 2-3ตัวประจำเลยครับ 555
        
สำหรับซีรี่ส์นี้ จุดแรกที่ผมชอบมากกกกกกกกกกที่สุดคือ ความหลากหลายของสายพันธุ์ไดโนเสาร์และสิ่งมีชีวืตก่อนประวัติศาสตร์แปลกๆมากมายที่ถ้าเป็นเมื่อก่อนอย่าหวังเลยว่าจะมีโมเดลให้เก็บ อย่าง อาแคนโธสเตกางี้ ดิพโพลโคลัสงี้ ซึ่งนี่เป็นจุดที่ทำให้ผมชอบโมเดลชุดนี้มากและจะเก็บสะสมต่อไปจนกว่าจะได้ครบทุกตัวที่ต้องการ แต่ว่า ... ครบทุกตัวของผมนี่ไม่ใช่เก็บครบทั้งชุดหรอกนะครับ ผมจะเก็บเป็นบางตัวที่สามารถช่วยเติมเต็มความหลากหลายให้ชุด Safari ได้มากกว่า เพราะไดโนเสาร์บางสายพันธุ์ ไคโยโดมี แต่ Safari ไม่มี การเสริมซึ่งกันและกันนี่แหละ คือก้าวแรกของการสร้าง Jurassic Park จำลองเล็กๆในบ้านซึ่งเป็นความฝันของผมครับ
     
 
เป็นยังไงบ้างครับ ยาวแบบนี้พอจะปัดฝุ่นบล็อกได้มั้ยเอ่ย ฮ่าๆ พอดีอยากเขียนมานานแล้วล่ะ เรื่องไดโนเสาร์ พอดีมีอารมณ์ก็เลยปั่นซะก่อนจะขี้เกียจ ยิ่งใกล้จะถึงวันแสดงโชว์ Walking with Dinosaur แบบนี้ ผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่น่าจะนั่งรอให้กระแสผ่านไปเฉยๆ ถ้าไงก็ขออินเทรนด์กะเขาสักเอนทรี่ละกันนะครับ สวัสดีครับ
ป.ล. จากรูปโมเดลของไคโยโด จะเห็นว่ามีตัวซ้ำอยู่คู่นึง มันคือเจ้าไดโนเสาร์ชื่อ"ซีโลไฟซิส (Coelophysis)" ครับ เจ้านี่แหละ คือตัวที่ผมฝันอยากให้มีโมเดลมาตั้งแต่เด็กแต่ผิดหวังมาตลอด 10 กว่าปี พอไคโยโดทำออกมา ผมเลยซื้อซ้ำไว้ 2 ตัวให้สมกับที่รอมานานเลยครับ ฮ่ะๆ Undecided
 

edit @ 7 Nov 2010 03:20:26 by Der Kaiser

2010/Oct/20

สำหรับสินค้าเล็กๆน้อยๆที่ผมจะนำมารีวิวในวันนี้ก็คือ พวงกุญเเจ Fresh Precure Mascot ครับ ตัวพวงกุญเเจอันนี้หากจะเทียบกับสินค้าตัวอื่นๆของพรีเคียวก็น่าจะคล้ายๆกับตัวฟิกเกอร์เเคนดี้ทอยตรงที่เเถมมาเป็นชุดพร้อมขนมที่เป็นลูกอมรสมะนาว เเต่ข้างในจะเเถมพวงกุญเเจอันน้อยๆน่ารักเเทนตัวฟิกเกอร์นั่นเอง

ทั้งชุดจะมีอยู่สี่ตัวด้วยกันคือเคียวพีซ เคียวเบอร๊ เคียวพาย เเละเคียวเเพชชั่น (เเต่ของผมเก็บได้เเค่สามตัวเอง ขาดหนูพายคนโปรดไปได้ยังไง)

จุดเด่นอันเป็นลักษณะพิเศษของพวงกุญเเจชุดนี้ก็คือ หัวใจตรงกลางของตัวพวงกุญเเจที่เราสามารถกดปุ่มเล็กๆข้างหลังเพื่อให้ตัวหัวใจเปล่งเเสงออกมาได้ครับ เป็นลูกเล่นง่ายๆที่ดูดีมากทีเดียว กดเล่นๆเเสงก็ออกมาเเรงดี สวยงามมากครับ

ส่วนทางด้านราคาก็นับว่าไม่เเพงนักสำหรับใครที่อยากจะเก็บ เพราะทั้งชุดราคาจะตกอยู่ประมาณ 300 กว่าบาทเท่านั้น ไว้ถ้าใครสนใจก็ลองไปเก็บมาดูได้นะครับผม


เกริ่นกันมาเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว คราวนี้เราก็ลองไปชมตัวสินค้ากันได้เลยครับ
เริ่มกันจากตัวเเรก Cure Peach กันก่อนเลยครับ


หน้ากล่องงามๆน่ารักๆ
ตัวสินค้าสวยๆ
ดูตัว Cure Peach เเบบใกล้ๆ
ต่อกันด้วยเบอร์สองของชุด Cure Berry

หน้ากล่องของเธอก็เป็นเเบบนี้
ตัวสินค้าก็น่าสนใจ
มาดูเเบบซูมใกล้ก็สวยดี
ขออนุญาติโดดมาที่ตัวสุดท้ายกันเลยนะครับกับ Cure Passion เพราะอย่างที่บอกไปตอนเเรก ผมไม่มี Cure Pine

หน้ากล่องก็ยังน่ารักสมกับเป็นสุดยอดพรีเคียวเช่นเคย
ตัวสินค้าคงไม่ต้องพูดถึงครับ สวยอยู่เเล้ว
ยิ่งซูมเห็นหน้า ก็ยิ่งรู้ว่าน่ารัก
คิดว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งเอนทรี่รีวิวน่ารักๆสำหรับทุกคนนะครับ

edit @ 7 Feb 2011 14:50:34 by Der Kaiser

2010/Aug/11

หลังจากที่เอนทรี่ก่อนๆได้ทำการรีวิวสินค้าที่เป็นฟิกเกอร์กันไปเป็นส่วนใหญ่เเล้ว คราวนี้เราลองมาเปลี่ยนสินค้าที่จะนำมารีวิวกันเป็นชนิดอื่นกันมั้งดีกว่าครับ ซึ่งครั้งนี้ผมก็ได้หยิบจับเอาเเผ่น DVD & Blu-ray Precure All Stars DX2 ที่เพิ่งได้มาเมื่อประมาณอาทิตย์ก่อนมาชำเเหละออกมาดูว่าข้างในมีอะไรสอดใส่มาในเซ็ตเเผ่นเวอร์ชั่นพิเศษนี้กันบ้าง ซึ่งหลังจากนั่งชำเเหละเเละถ่ายรูปเก็บไว้ก็พบว่าในเซ็ตเเผ่นๆนึงมีของเเถมอะไรต่างๆมากมายสอดใส่ไว้อยู่เยอะเเยะเลย จึงทำให้รู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปเหมือนกัน เพราะจากที่เคยๆซื้อเเผ่นพวกนี้เก็บไว้ในคอลเล็คชั่นส่วนตัว บางเเผ่นราคาเท่ากันเเต่ของเเถมน้อยนิดไม่ต่างอะไรจากเเผ่นธรรมดาเลยก็มี เพราะฉะนั้นกระผมจึงรู้สึกพอใจกับสินค้าชิ้นนี้มากทีเดียวเลยล่ะครับ

เริ่มชำเเหละกันเลยดีกว่า ลุยเลย!!!

 

มาดูกันที่หน้าปกกันก่อน (เปรียบเทียบระหว่างDVDเเละBlu-ray)

เมื่อเอาปกด้านในออกมากางก็จะเป็นเเบบนี้ครับ

 

ได้เวลาเปิดกล่องกันดูได้เเล้ว

เเล้วเราก็จะพบกับของเเถมดังต่อไปนี้

 

มาเริ่มเปรียบเทียบกันจากเเผ่นDVDเเละBlu-rayกันก่อน

เเล้วก็มาต่อกันที่ตัว Booklet

เมื่อกางตัว Booklet ออก

เนื้อหาภายในตัว Booklet

 

มาดูกันที่ตัว Letter set กันบ้าง

มีซองจดหมายเเถมมาด้วย

สเเตมป์สติ๊กเกอร์

ส่วนนี่ก็เป็นกระดาษที่ไว้เขียนจดหมาย

ตั๋วลดราคาหนังของ Heartcatch Precure

 

เมื่อเราเอาเเผ่นมาเปิดก็จะเจอเเบบนี้

หน้าจอเมนู

หน้าเมนู Chapter selection

ส่วนอันนี้ก็หน้าจอเมนูของเเถมภายในเเผ่น

 

ซึ่งถ้าเราเลือกอันเเรก เราก็จะได้ดูมูฟวี่เต้นเเบบเต้มเพลงของเหล่าพรีเคียว

ถ้าเราเลือกอันที่สอง เราก็ได้ดูรายการพิเศษ Precure All Stars DX2 no subete!

ถ้าเราเลือกอันที่สามก็จะได้ดูบันทึกรายการโปรโมตหนัง ซึ่งจะมีนักพากย์ตัวเอกเเละเหล่าพรีเคียวหัวโตมาร่วมเเสดง

หากเลือกอันที่สี่ก็จะเป็นการรวมสปอร์ตโฆษณาของหนังเรื่องนี้

เเละของเเถมอันสุดท้ายในลำดับที่ห้าก็คือ โหมดรวมภาพร่างดีไซน์ที่ใช้ในภาคนี้บางส่วน

เเละถ้าเรากลับไปที่หน้าเมนูหลักเริ่มเเรก ก็จะมีพรีวิวสั้นของหนังโรง Heartcatch Precure ด้วย

 

ก็หมดเปลือกกันเลยกับการชำเเหละสินค้าชิ้นนี้ ไว้คราวหน้าผมจะหาสินค้าดีๆใหม่ๆเเปลกๆมาชำเเหละให้ชมอีกนะครับ

ส่วนวันนี้ก็ขอตัวลาไปก่อนเเล้วกันครับ สวัสดี!

 

 

edit @ 11 Aug 2010 16:36:25 by Der Kaiser



Der Kaiser
View full profile