Game

2010/Aug/29

Last time on

http://derkaiser.exteen.com/20100829/airy-f-airy-65374-easter-of-sant-8217-ariccia-65374-monika-l

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน 1904

เช้าวันจันทร์มาถึงอย่างปลอดภัย
ถึงจะน่าดีใจที่ขจัดปัญหาสองคนจอมตื๊อได้ แต่แล้วปัญหาใหม่เกิดขึ้นมาแทนที่
(-อัลมานด์...)
แต่บางที นั่นอาจเป็นสิ่งที่ผมคิดเอาเองก็ได้
เพราะยังไงเสีย ทั้งหมดนั่นก็ได้นำไปสู่ปัญหาอีกข้อหนึ่ง
"นี่ เอเลโม่ ขอฉันปรึกษาอะไรนายหน่อยสิ ..."
"ปริมาณของมิโมซ่า สลัดเหรอ"
"ชะ ใช่ที่ไหนล่ะ ! พูดยังกะฉันกินเป็นแต่มิโมซ่าสลัดยังงั้นแหละ"
แต่ในความเป็นจริง มิโมซ่าสลัดที่ผมตั้งใจจะเตรียมเป็นอาหารเช้ากลับหมดเกลี้ยงก่อนผมจะได้ลงมือทำอะไรซะอีก เพราะงั้นผมก็เลยนึกว่าคุณเธอคงมาปรึกษาเพื่อขอเพิ่มปริมาณสลัดในจานละมั้ง ...

"ที่อยากปรึกษาน่ะคือเรื่องที่พักค้างคืนต่างหาก"โมนิก้าเปิดประเด็นด้วยสีหน้าจริงจัง
"ที่ผ่านมา นายให้ที่พักฉันตั้งหลายวัน ขอบใจมากนะ"
"เอ่อ อื้อ" เหตุผลที่เธอมาขออาศัยบ้านผมอยู่ นั่นก็เพื่อซ่อนตัวจาก 2 ชายชุดดำนั่น
"แถมยังเลี้ยงข้าวตลอดทุกมื้อด้วย ... ฉันรู้สึกรบกวนนายจริงๆเลยนะ"
แต่ในเมื่อไม่มีใครมาคอยตามรังควานแล้ว -

"เพราะงั้น ฉันก็คงได้เวลาต้อง -"
"... จะไปแล้วเหรอ ?"
เพราะเธอไม่มีเหตุผลจะต้องอยู่ที่นี่ต่อแล้ว
"...เรื่องนั้น ..." มือของโมนิก้าหยุดนิ่งชั่วขณะ สายตาของเธอถูกเบนก้มลงไปบนโต๊ะ
"เรื่องนั้น ... ก็ อื้อ...จะไปแล้วล่ะ"
"งั้นเหรอ" เป็นข้อสรุปที่รู้ๆกันอยู่แล้ว ผมก็ไม่มีเหตุผลจะรั้งเธอไว้
ถึงจะรู้สึกเหงาๆอยู่บ้าง แต่ก็ควรเคารพการตัดสินใจของเธอ
"จะอยู่ที่นี่ถึงเมื่อไหร่ล่ะ?" ผมถามออกไปด้วยรอยยิ้ม

"จนถึงวันนี้" มันเป็นการบอกถึงวันสุดท้ายที่กะทันหันมากสำหรับผม

"เอ๋ ไม่คิดว่ามันเร็วเกินไปหน่อยเหรอนั่น"
"ทำไมล่ะ ?"
"ก็ ... อยู่ที่นี่สบายๆอีกสักพักไม่ดีกว่าเหรอ ?"
"... ยังไงของนายเนี่ย ? ไม่อยากให้ฉันไปเร็วๆรึไง ?"
"ไม่มีใครพูดแบบนั้นหรอก แล้วก็ไม่คิดจะพูดด้วย"
"พูดมาเถอะ ไม่ต้องฝืนหรอกน่า"
"เพราะนายช่วยเหลือพวกเราไว้มาก ฉันถึงรู้สึกขอบคุณจริงๆ ... แต่ก็เพราะงั้นแหละถึงอยากให้พูดกันออกมาตรงๆ"

"เข้าใจนะ ? มีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละที่ชอบรับภาระดูแลคนอื่นน่ะ"
"...เอเลโม่ นายไม่ได้บ้าสินะ ?"
"..."
"...นะ ? ถ้าเข้าใจแล้วล่ะก็ ..."
"ถ้าผมเป็นคนบ้าคงไม่ว่ากันสินะ ?"
"หา ?"
"ถ้าคนฉลาดคือคนที่คิดว่าการโกหกตัวเองเป็นเรื่องดีล่ะก็ ผมขอเป็นคนบ้าดีกว่านะ"
"อา ..."

"แล้วก็ เรื่องเป็นภาระน่ะโยนลงคลองไปได้เลย ผมคิดว่าโมนิก้าไม่ต้องรีบร้อนออกเดินทางตอนนี้ก็ได้"
"... บ้าจริงๆนะ นายเนี่ย!พูดเอาใจกันขนาดนั้นเดี๋ยวฉันอยู่ยืดแล้วจะรู้สึก?"
"ก็เอาสิ ดีเลย"โมนิก้าตากลมโตหลังจากฟังคำตอบของผม
"วะ ว่าไงนะ ? นายมีเบื้องหลังอะไรป่ะเนี่ยะ ? หรือกะจะทวงบุญคุณกับพวกฉันเอาทีหลังแบบทบต้นทบดอกกันล่ะ?"

"ไม่มีๆ"
"...พูดไปหัวเราะไปแบบนั้นใครเขาจะเชื่อ หันมามองฉันนี่"
"ไม่มีแน่นอน" ผมมองตรงไปที่เธอแล้วตอบออกไปเหมือนเดิม แต่โมนิก้ากลับไม่มีปฏิกิริยาอะไร เธอเป็นฝ่ายหลบสายตาจากผมแล้วยืนตัวแข็งทื่อแทน
"โมนิก้า ?" ผมส่งเสียงเรียกพร้อมกับสะบัดมือผ่านดวงตาของเธอจนในที่สุดเจ้าตัวก็กลับมาได้สติ

"...เอ่อ นี่ เอเลโม่ อย่าจ้องเขม็งแบบนั้นสิ ฉันไม่ค่อยชอบ ... สายตานายตอนจ้องแบบนั้นเลย"
"ขะ ขอโทษ" เอ๊า ก็ตัวเองบอกให้จ้องตาเองแท้ๆ ไอ้เราก็แค่ทำตาม ...
"แต่ไม่ได้กลัวอะไรหรอกนะ อย่าคิดมากๆ" มาบอกว่าไม่ต้องคิดมากเอาป่านนี้เนี่ยนะ ...
แถมคนที่บอกให้"มองมาทางนี้"ก็คือโมนิก้าเองแท้ๆ
"... เอาเถอะ ฉันเชื่อนายแล้ว"
"ถ้างั้น จะอยู่ที่นี่อีกสักพักใช่มั้ย ?"
"เรื่องนั้นพักไว้ก่อน ฉันแค่เชื่อว่านายไม่มีลับลมคมในเท่านั้น"

................................
.................
ที่โรงเรียน

"...เอลโม่ เดี๋ยวจะไปเตรียมงานเหรอ ?"
"อื้อ ก็ใช่นะ ..."หลังจบชั่วโมงเรียนเช้า ทุกคนก็เตรียมกลับบ้านไปทานมื้อกลางวัน
ซาระส่งเสียงเรียกผมขึ้น
"จะตรงไปป่าอาริเชียเลยเหรอ ?"
"เปล่าหรอก ว่าจะแวะไปบ้านก่อนน่ะ..."
"... จะไปหาโมนิก้าก่อนเหรอ ?"
"เอ๋ ? โมนิก้าเหรอ ?" ทำไมซาระถึงเอ่ยชื่อโมนิก้านะ ?

"ที่จริง ท่านแม่ฝากนี่มา ... ให้กับโมนิก้าน่ะ"ซาระหยิบซองเอกสารบางอย่างขึ้นมา
"ได้ยินว่าตอนนี้ เค้าอยู่ที่บ้านของเธอใช่มั้ย"
"...เรื่องนั้น ไปได้ยินมาจากใครล่ะ ?"
"จากท่านแม่น่ะ" เพราะผมไม่ได้คิดจะปิดบังตั้งแต่แรก การจะมีใครรู้บ้างก็ไม่แปลก -
(-แต่ขนาดโมนา วาเนสซ่าก็ยังรู้ด้วยนี่...)
ผู้หญิงคนนั้น มีเครือข่ายข้อมูลขนาดไหนกันนะ ?
หรือว่าผมถูกเธอจับตาดูอยู่ ?

"เธอมาอยู่บ้านเอลโม่ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ ?"
"ราวๆวันอาทิตย์ของสัปดาห์ก่อน...ละมั้ง?"
"อยู่ด้วยกันมาสัปดาห์นึงแล้วเหรอ ?"
"เปล่า เธอมาขอค้างด้วยเหตุผลนิดหน่อยน่ะ" รู้สึกคำว่า"อยู่ด้วยกัน" จะทำให้ผมใจเต้นได้ไม่น้อย
"งั้นเหรอ ..."
"เอ่อ อย่าเข้าใจผิดนะ แค่ให้ค้างเท่านั้นจริงๆ"
"อื้อ รู้แล้วล่ะ"

"อะ...อื้อ นั่นสินะ" ผมรู้สึกสมเพชตัวเองเหลือเกินที่คิดว่ากำลังถูกคนอื่นระแวง
"...แล้วตอนนี้ เธออยู่ที่บ้านรึเปล่าล่ะ ?"
"อาจจะนะ"
"อาจจะ ?"
"ถ้าไม่ไปออกแสดงเร่ในเมือง ก็คงอยู่บ้านแหละ"
"ระ ... เหรอ ?"
"ธุระด่วนรึเปล่าล่ะ ถ้าไงผมไปส่งแทนให้เอามั้ย ?"
"อื้อ ฝากด้วยนะ" ซาระพูดพร้อมยื่นซองเอกสารนั่นให้ผม
"...ในนี้มี"หนังสืออนุญาต"ที่ออกให้เธออยู่น่ะ"
"หนังสืออนุญาต ...?"

"อนุญาตให้เธอทำการแสดงในคืนวันเทศกาลของซานตารีเคียได้น่ะ"
"ท่านแม่ลงนามไปเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือ ให้ผู้ดูแลการจัดงานอย่างเอลโม่เซ็นอีกคนก็จะมีผลบังคับใช้ได้สมบูรณ์แล้วล่ะ"
"แล้วถ้าผมไม่เซ็นล่ะ ?"
"น่าเสียดายที่วันงานเธอคงทำการแสดงไม่ได้"
"... งี้นี่เอง" ถึงผมถามแบบนั้น ก็ไม่ใช่ว่านึกอยากแกล้งอะไรเธอหรอก
"ถ้างั้น ฝากไปส่งให้ด้วยนะ"
"อื้อ เข้าใจแล้ว" ผมรับซองเอกสารมา ซาระโบกมือให้ผมแล้วจากไป
(- โมนิก้าเองก็คงรอเจ้านี่อยู่สินะ ...)
รีบเอากลับไปส่งให้ดีกว่า
..................
........

ผมรีบวิ่งกลับมาบ้านแล้วเคาะประตูเบาๆ
ก็อกๆ
"อ้าว ?" ไม่มีเสียงตอบจากข้างใน ส่วนประตูก็ถูกลงกุญแจจากข้างนอกเอาไว้
(แปลกแฮะ-) จำได้ว่าตอนที่ผมออกมา โมนิก้ายังอยู่ที่บ้าน ดังนั้นถ้าจะล็อกประตู ก็ควรล็อกจากข้างในสิ
...ก็หมายความว่าเธอออกไปข้างนอกงั้นสิ ?
พอหันไปดูที่คอกม้า ก็ไม่เห็นแฮมหรือเชอรี่อยู่เลย
"ไปไหนของเค้านะ ?" ช่างเถอะ มายืนอยู่หน้าบ้านแบบนี้ก็ไม่ได้อะไร เข้าไปข้างในก่อนแล้วค่อยว่ากัน
.........................
.........

"ไม่อยู่จริงๆด้วยเหรอเนี่ย" ถ้าไม่มีธุระอะไรต้องไปข้างนอก เธอก็คงไปเดินเล่นละมั้ง ?
"ลองรอสักพักละกัน ..."ก่อนเข้าป่าก็ทานกลางวันก่อนแล้วกัน ว่าแล้วผมจึงเริ่มลงมือเตรียมอาหารสำหรับสองคนเผื่อเวลาที่โมนิก้ากลับมา
เวลาผ่านไปเรื่อยๆโดยไม่มีวี่แววว่าโมนิก้าจะกลับมาแต่อย่างใด

"รอนานกว่านี้ไม่ไหวแล้วแฮะ ..."ผมตัดสินใจเข้าป่าพร้อมทิ้งข้อความสั้นๆไว้ให้เธอ
-นี่เอกสารจากโมนา วาเนสซ่า ส่วนนี่ของว่าง

...........................

ยามเย็น

"เฮ้อ ... เหนื่อยชะมัด"
งานสำหรับวันนี้เสร็จไม่เย็นนัก ผมจึงค่อยๆตรงกลับบ้านอย่างสบายใจ
เมื่อถึงบ้าน สายตาผมก็เหลียวมองคอกม้าเป็นที่แรกด้วยคิดว่าโมนิก้าคงกลับมาแล้ว
"ปูรู๊ ?" ในคอกมีแฮมกำลังกินหญ้าอยู่
"กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ ?"
"ปูรูรู-"เหมือนมันพยายามจะตอบ แต่ผมฟังไม่รู้เรื่อง
"เอาละ งั้นก็ตามสบายนะ"
"ปูรูรู -"ผมบ๊ายบายแฮมแล้วก็รีบตรงไปเคาะประตูบ้านเหมือนเมื่อกลางวัน
(อ้าว ? ไม่มีเสียงตอบแฮะ)
หรือเธอจะไม่อยู่ข้างในหว่า ? แต่พอลองบิดที่ลูกบิดประตูดู กุญแจมันก็ถูกล็อกจากข้างในนี่นา
โมนิก้า ... นี่ผมเอง ..."
"เอเลโม่ ?"

"อื้อ"

"รอแป๊บนะ จะเปิดให้เดี๋ยวนี้แหละ" เสียงฝีเท้าวิ่งตึ่กตั่กเริ่มดังขึ้นจากในบ้าน สักพักประตูก็ถูกเปิดออก
"กลับมาแล้ว"
"...ยืนดีต้อนรับกลับบ้านนะ" พวกเราทักทายกันเหมือนทุกวัน
สำหรับผม การที่ได้ทักทายโมนิก้าแบบนี้ มันช่างเป็นความรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาดจริงๆ
"มีอะไรเหรอ ? ฉันพูดอะไรแปลกๆออกไปรึไง ?"
"เปล่าๆ แค่รู้สึกว่ามันไม่เหมือนทุกทีเท่านั้นเอง"
"เอ๋ ?"
"ปกติผมจะเป็นฝ่ายออกมารับ แต่วันนี้เธอกลับเป็นฝ่ายพูดคำว่า"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน"ให้ผมซะงั้นน่ะ"

"...ก็ไม่ค่อยได้พูดบ่อยหรอก แต่ก็จริงของนายน่ะนะ"
"ว่าแต่ เมื่อกี้ตอนเคาะครั้งแรกทำไมไม่ตอบผมล่ะ?"
"เรื่องนั้น ..."
"หรือว่าหลับอยู่เหรอ ?"
"ใช่ที่ไหนล่ะ เหตุผลน่ะมี 2 ข้อ"
"อย่างแรก ฉันไม่ใช่เจ้าของบ้าน จะออกไปรับดีรึเปล่าก็ไม่รู้"
"อีกอย่าง ...บางทีสองคนนั้นอาจจะยังไม่เลิกล้มความตั้งใจแล้วย้อนกลับมาตามรังควานฉันก็ได้"

จะว่าไปก็จริงของเธอ ถ้าจะมีใครมาเยี่ยมบ้านผม ก็คงไม่พ้นมาเรื่องธุระหรือไม่ก็เพราะรู้เรื่องที่โมนิก้ามาอาศัยอยู่ที่นี่ ถ้าเป็นอย่างแรก โมนิก้าออกมารับก็คงคุยธุระอะไรแทนผมไม่ได้ แต่อย่างที่สองนี่เรียกแขกไม่ได้รับเชิญ อย่าออกมาให้มนเห็นหน้านั่นแหละดีที่สุด

แต่ว่า -

"สองคนนั้นคงไม่มาแล้วมั้ง ?"โดนเชอรี่กับแฮมเล่นงานซะขนาดนั้น
"ฉันก็อยากจะคิดงั้นอยู่หรอก แต่โอกาสหนึ่งในหมื่นมันก็ยังมีนี่นา?"โมนิก้าที่ปกติดูเข้มแข็ง วันนี้กลับแสดงใบหน้าที่ดูอ่อนแออย่างประหลาด
พอได้เห็นใบหน้าเธอที่เป็นแบบนั้นแล้ว ก็ทำให้ผมรู้สึกอยากปกป้องขึ้นมาจากใจจริง
"ถ้าไง เข้าบ้านกันก่อนมั้ย ? ก็ที่นี่น่ะ มันบ้านนายนี่นา"
"อื้อ ..." เรื่องวันนี้ สงสัยผมคงจะเหนื่อยเกินไปก็เลยเกิดกังวลไม่เข้าท่า ทั้งที่จริงๆแล้ว วันพรุ่งนี้ก็คงยังมีเธอออกมาคอยต้อนรับอยู่แบบนี้เหมือนเดิม
ผมคิดแบบนั้น ....

 

วันพุธที่ 22 มิถุนายน 1904

ในที่สุดก็ถึงวันงาน ถึงแม้จะยังสะลึมสะลือเนื่องจากการอดหลับอดนอนกับเกมการดวลเมื่อคืน แต่ผมก็จำต้องออกไปที่ลานจัดงานแต่เช้า
... แต่ ก่อนหน้านั้น
" ... นี่ โมนิก้า" ผมหันไปพูดกับเธอที่กำลังนั่งรอมื้อเช้าอยู่บนโต๊ะ
"ก่อนจะออกไป ผมมีเรื่องจะถามนิดหน่อยน่ะ"
"เรื่องอะไรเหรอ ? หรือว่าเรื่องเมื่อคืน ?"
"อื้อ คงดูอยู่บนเตียงอีกแล้วสินะ?"
"อื้อ ตั้งแต่ต้นจนจบเลยล่ะ"
"ถ้างั้น ผมอยากขอความเห็นจากเธอหน่อยน่ะ"
"...ความเห็น?"

"วิธีการหายตัวไปของคู่หูผมมันแตกต่างจากทุกทีน่ะ" ถ้าเป็นการต่อสู้ตามปกติ เงาของฝ่ายตรงข้ามจะต้องหายไปก่อน ตามด้วยตะเกียงดับพร้อมด้วยเงาของฝ่ายเดียวกันจึงค่อยๆหายไป
แต่กับครั้งนี้ ทุกอย่างกลับหายไปพร้อมกันหมดไม่มีการเรียงลำดับอะไรเลย

"...ถ้าจะมองว่า เรื่องแค่นั้นเองมันก็ได้อยู่หรอก แต่ผมคิดว่ามันน่าจะมีความหมายพิเศษอะไรซ่อนอยู่แน่ๆเลยน่ะ"
ถ้าเป็นคนที่มาจากโลกภูติอย่างโมนิก้า คิดว่าน่าจะพอรู้อะไรบ้างละมั้ง
"ถ้าเป็นแค่ข้อสันนิษฐานล่ะ รับได้มั้ย?"
"แน่นอน"

"มิติที่ใช้ต่อสู้ในคืนวันอังคารนั่นน่ะ มันถูกสร้างขึ้นจากแสงตะเกียงของนายนะ"
"...แล้วก็ ตอนที่มิตินั่นจะถูกปิดลง ฝ่ายที่จะต้องหายไปก่อนก็คือฝ่ายที่ถูกเรียกมา - พวกคนจากโลกภูติไงล่ะ"
"ถ้าคู่หูของนายหายตัวไปพร้อมกับพวกนั้นล่ะก็ ..."
"..."


"คู่หูคนนั้นอาจจะถูกพาไปที่โลกแห่งภูติก็ได้นะ"
"ทำไมล่ะ ? การดวลเมื่อคืนผมเป็นฝ่ายชนะนี่นา คู่หูของผมก็น่าจะถือว่าชนะด้วยสิ"
"ขนาดนั้นฉันก็ไม่รู้หรอก ก็บอกแล้วนี่ว่าแค่สันนิษฐาน ฉันเองก็ใช่จะรู้ทุกเรื่องซะเมื่อไหร่"
"นั่นสินะ"


"แต่ยังไงซะ ปัญหาใหญ่ของนายก็คือ การดวลครั้งต่อไปไม่ใช่เหรอ ?"
"เรื่องนั้นหมายความว่าไง ?"
"จะไปโลกของภูติรึเปล่าก็ช่างเขาเถอะ แต่ถ้าสมมติเขาไม่กลับมาล่ะ ?"
"...เรื่องนั้น..."
"บางที นายอาจจะถูกมัดมือชกให้ต้องสู้แบบ 2 รุม 1เหมือนอาเลมานด์ก็ได้นะ ?"
............................
..............

ช่วงเย็นก่อนการเปิดงาน
(-ปีนี้ก็ ยกตำแหน่งบาทหลวงให้คนอื่นเขาไปเถอะ...)
แต่เาอจริงๆ ในใจผมก็อยากจะลองทำหน้าที่นั้นสักครั้งอยู่เหมือนกัน
แต่เพื่อการนั้น ผมจำต้องมี"คู่หู"อยู่ด้วย
น่าเสียดายที่ผมในตอนนี้ ...
"ไง เอเลโม่ ! มีอะไรเหรอ?"
"อ้อ โมนิก้า ... เป็นไง ขายของ?"

"อื้อ เยี่ยมเลยล่ะ ! ได้เงินเข้ามากกว่าที่คิดซะอีก ทำเอาทึ่งเลยล่ะ"
ผู้เข้าร่วมงานค่อยๆทยอยกันมาจนบริเวณงานเริ่มครึกครื้นขึ้นเป็นลำดับ
ทางด้านการแสดงของโมนิก้าเองก็ประสบความสำเร็จไม่ใช่เล่น ถึงแม้จะยุ่งแค่ไหน ถ้ามีเวลาว่างผมก็จะเดินหาเธอแล้วแทรกตัวเข้าไประหว่างฝูงชนเพื่อดูโชว์ของโมนิก้าให้ได้

"ว่าแต่ นี่ปิดรอบการแสดงแล้วสินะ ?"
"อื้อ ตะวันจะตกดินแล้วด้วยสิ พอมืดก็ต้องเตรียมต้อนรับเหล่าวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ใช่มั้ยล่ะ ?"
"อื้อ"
"ถ้างั้นก็อย่าไปเกะกะเลย พวกฉันขอหลบอยู่หลังฉากดีกว่าน่ะ"
"งั้นเหรอ"
"ว่าแต่ เอเลโม่ล่ะ ... ต้องอยู่จนถึงงานเลิกเลยรึเปล่า ?"
"อื้อ ในฐานะผู้ดูแล ยังไงก็ต้องอยู่ดูจนจบอยู่แล้วล่ะ"
"ถ้างั้น ให้ฉันไปหาซื้อของกินไว้ก่อนค่อยกลับบ้านดีมั้ย ?"

"..."
"ก็กว่านายจะกลับถึงบ้าน...ยังอีกตั้งนานโขนี่นา"
"..."
"แทนที่จะนั่งคิดว่า ควรทำอะไรไว้รอนายกลับมากิน สู้หาซื้อของอร่อยแถวนี้กลับไปกินเลยดีกว่าเนอะ ..."
"ไม่หรอก อาหารฝีมือเธอดีกว่าน่า"
"เอ๋ ?"
"อ้อ ... แต่โมนิก้าคงเหนื่อยสินะ วันนี้ ... งั้น หาซื้ออะไรกลับไปกินละกัน ?"
"อะ อื้อ"
"ส่วนราคาเท่าไหร่ก็บอกมานะ เดี๋ยวใช้คืนให้"

"ไม่-เอา-ย่ะ วันนี้ฉันจะใช้เงินส่วนตัวเลี้ยงนายเอง..." โมนิก้าแลบลิ้นใส่ผมแล้วก็เดินไปแวะร้านโน้นร้านนี้ไม่ได้หยุด พร้อมกันนั้นก็ซื้อของกินติดไม้ติดมือออกมาอย่างมากมายตามที่สัญญาไว้
จากนั้น พอผมคิดว่าเธอจะขนของพวกนั้นไปที่รถม้า ...
แต่เธอกลับเดินย้อนมาหาผม

"เอานี่ ชอบอันไหนเลือกไปได้เลย"
"โฮ่ เลือกแต่ของมีราคาทั้งนั้นเลยนี่นา"
"เอาน่า งานเทศกาลทั้งที ถือว่าคืนกำไรให้ลูกค้าละกัน"
"งี้นี่เอง ... งั้น เอาแค่นี้"
"เห ขี้เกรงใจจังนะนายเนี่ย หยิบไปเยอะๆก็ได้"
"ยังมีธุระต้องทำอยู่น่ะ"
"อ้อ จริงสินะ ...ถ้างั้น ส่วนที่เหลือเดี๋ยวฉันเอากลับบ้านให้นะ"
"อะ อื้อ" โ