2012/Apr/09

สวัสดีครับ เพื่อนๆทุกคน วันนี้ก็เป็นช่วงเวลาดีอีกครั้งนึงนะครับที่ตัวผมเองจะได้กลับมาทำหน้าที่รีวิวฟิกเกอร์กันอีกครั้งหนึ่งหลังจากหยุดพักไปเป็นเวลาร่วมอาทิตย์ทีเดียว ซึ่งการรีวิวในครั้งนี้ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าสินค้าที่หยิบเอาออกมารีวิวดูท่าว่าจะเป็นฟิกเกอร์ที่ไม่น่าจะเป็นที่รู้จักกันเสียเท่าไหร่ เนื่องจากฟิกเกอร์ของตัวละครตัวนี้นับว่าเป็นหนึ่งในตัวละครอนิเมที่ไม่ค่อยจะดังเอาซะเลย อนิเมที่เธอสังกัดก็นับได้ว่าเป็นอนิเมซอกหลืบที่ถ้านับหัวคนดูแล้วคงจะหาได้ยากยิ่งทีเดียว แถมด้วยความที่มันก็ออกจะเป็นอนิเมที่เก่าเกินกว่าที่จะมีใครหันกลับมาสนใจมันได้อีกครั้งในช่วงเวลานี้ จึงทำให้ฟิกเกอร์ตัวนี้น่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งฟิกเกอร์ที่ถูกลืมไป ณ เวลานี้อย่างแน่นอนทีเดียว

ซึ่งฟิกเกอร์ที่ผมต้องการจะนำมารีวิวในวันนี้เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำก็คือ ฟิกเกอร์ตัวละครตัวนี้เลยครับ
 
 
Shihou Matsuri


ชิโฮะ มัตซึริ นางเอกที่มาจากอนิเมสุดแสนจะไม่ดังคนนี้ นับว่าเป็นนางเอกคนหนึ่งซึ่งผมเองก็นับว่ามีความรู้สึกติดอกติดใจในตัวเธอมากเป็นพิเศษเลย โดยตามเนื้อเรื่องแล้วตัวเธอนั้นไม่ได้มีสถานะเป็นมนุษย์มนาตามปกติ หากแต่จริงๆแล้วเธอมีสถานะตัวตนเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตครึ่งภูติที่แม้รูปกาย จะเป็นมนุษย์ แต่ก็มีพลังพิเศษเหมือนๆกับภูติหลายอย่าง และที่สำคัญคือเธอมีชีวิตที่เป็นอมตะไม่แก่ไม่ตาย แต่กระนั้นเธอเองก็มีจุดอ่อนที่ต้องแลกเปลี่ยนกันมากับพลังพิเศษดังกล่าวคือ เธอจะไม่สามารถเอาตัวไปโดนแสงแดดได้เลย หากเมื่อใดก็ตามที่เธอเอาตัวไปโดนแสงแดด ร่างของเธอก็จะมอดไหม้เป็นจุณไปในทันที ซึ่งตรงจุดนี้มันไม่ต่างอะไรไปจากจุดอ่อนของพวกเหล่าผีดิบแวมไพร์ที่เราๆ ท่านๆรู้จักกันดีเลยนั่นเอง ซึ่งในตำนานของญี่ปุ่นเรียกสิ่งมีชีวิตกึ่งภูตินี้ว่าพวก “ยากะ

ซึ่งหากต้องให้เล่าถึงเนื่อเรื่องภายในตัวอนิเมแล้ว ผมคิดว่าน่าจะเป็นการยากทีเดียวที่จะเขียนออกมาได้อย่างเข้าใจในพื้นที่การเขียนรีวิวที่จำกัด เนื่องจากว่าภายในตัวอนิเมเรื่องนี้มีเนื้อเรื่องเเละประเด็นที่ออกจะซับซ้อนอยู่มาก เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าจะเป็นการเหมาะสมกว่าที่จะข้ามตรงส่วนนี้ไปก็ ซึ่งผมก็ขอตัดเข้าสู่การบรรยายถึงความประทับใจที่มีต่อตัวเธอว่าทำไมผมจึงไม่ลังเลทีจะซื้อฟิกเกอร์ของเธอเข้ามาสู่คอลเล็คชั่นของผมได้

ตามลักษณะนิสัยโดยส่วนตัวของเธอแล้ว ต้องบอกว่านิสัยก็ไม่น่าจะต่างไปจากนางเอกผู้แสนดีเสียเท่าไหร่ที่มีจิตใจดีและไม่เคยใช้พลังของตัวเองไประรานใคร แต่ความเป็นนางเอกของเธอก็นับว่าดำเนินไปได้อย่างกินใจในจุดที่เธอเองเป็นคนที่ไม่อาจที่จะโดนแสงแดดได้ จึงทำให้ในชั่วชีวิตของเธอจึงไม่เคยได้มองเห็นท้องฟ้าสีครามเลยซักครั้ง จะเห็นก็แต่ท้องฟ้าสีหม่นยามฝนตกหรือท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ไม่มีแสงแดดเล็ดรอดออกมาเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเธอจึงรอคอยที่จะได้เห็นท้องฟ้าสีครามมาตลอดแม้จะรู้ว่านั่นก็เป็นเพียงแค่ฝันที่ไม่อาจจะเป็นจริงได้ บวกกับความที่ตัวตนของเธอเป็นมนุษย์กึ่งภูติซึ่งเป็นที่หวาดกลัวของผู้คน จึงทำให้เธอต้องหลบลี้ผู้คนไปอยู่ตัวคนเดียว ซึ่งก็แน่นอนว่าสิ่งที่อยู่คู่กับการใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวคนเดียวก็จะเป็น อะไรไปไม่ได้นอกจาก “ความเหงา” นั่นเอง

ความเหงาบวกความสิ้นหวัง ย่อมนำมาซึ่งความเศร้าแน่นอน

แต่กระนั้น เมื่อพระเอกที่มีนามว่า “โมริมิยะ โยริโตะ” และพี่สาวของพระเอกที่ชื่อ “โมริมิยะ อาโอโนะ” สองพี่น้องจากตระกูลโมริมิยะได้มีโอกาสผ่านเข้ามาในชีวิตเธอ ก็ได้ทำให้เรื่องราวอันแสนเศร้าของเธอต้องจบลง พร้อมกับประกายแสงอันสว่างวาบขึ้นมาอย่างสวยงามบนเส้นทางอันเปลี่ยวเหงาและสิ้นหวังที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน

นับจากนี้ชีวิตใหม่ของเธอก็ได้เริ่มต้น.......


ความลึกซึ้งจากการวางพล็อตเรื่องและการสร้างคาแร็กเตอร์ของตัวละครภายในเรื่อง เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ผมเลือกที่จะเก็บฟิกเกอร์ตัวนี้อย่างไม่ลังเล แม้ว่าฟิกเกอร์ตัวนี้จะหาได้ยากอยู่เหมือนกันเนื่องจากตัวอนิเมนั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าที่ควร แต่อย่างไรก็ดีด้วยตัวคุณภาพของฟิกเกอร์ก็ถือว่าทำได้สวยงามและน่าเก็บสะสม เอามากๆ แม้ว่าถ้ามาดูในสมัยนี้จะดูไม่ค่อยดีเสียเท่าไหร่ แต่ถ้าเทียบกันกับฟิกเกอร์จากเรื่องอื่นๆในช่วงปี 2007 แล้วต้องถือว่าฟิกเกอร์ตัวนี้ก็ทำได้งามมากทีเดียว เพราะฉะนั้นผมจึงไม่รีรออะไรที่จะเก็บเธอเข้ามาสู่อ้อมอกคอเล็คชั่นของผมเลยครับ ซึ่งเมื่อหันหลังกลับไปมองเมื่อตอนนั้น หากผมไม่ได้ตัดสินใจเก็บก็คงจะต้องมานั่งเสียใจภายหลังอย่างเเน่นอนเลย

รายละเอียดของตัวฟิกเกอร์ ถ้าไงเราลองไปชมพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ
 
 
รีวิวรอบด้านกันก่อน

ด้านหน้าของตัวฟิกเกอร์
ในช่วงปี 2007 ปั้นหน้าฟิกเกอร์ได้ประมาณนี้ก็ต้องถือว่าสวยมากเลยล่ะครับ
 
ด้านข้าง
 
 
เมื่อมองจากด้านข้าง จะเห็นได้ว่าจุดเด่นของตัวฟิกเกอร์จะอยู่ตรงเส้นผมที่พริ้วไหวตามสายลมออกมา
 
ด้านหลัง
 
ด้านหลังเป็นด้านที่ผมว่าโชว์มุมมองท่าทางของตัวฟิกเกอร์ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ ทั้งการบิดขา ขยับเอี้ยวตัว หรือเส้นผมที่พริ้วไหวไปตามลม
 
 
คราวนี้ลองกระชิดเข้ามาดูรายละเอียดใกล้ๆกันบ้างนะครับ
มองหน้าเธอใกล้ๆ ผมว่าโครงหน้าเธอทำออกมาสวยมากเลยล่ะ เสียอย่างเดียวคือระบายสีปากออกมาเลอะไปนิด
 
 
เส้นผมทางยาว พริ้วไสวไปตามสายลม งดงามมากจริงๆ (แต่กินพื้นที่ในการเก็บเยอะมากเลย)
 
ส่วนของฐานทำออกมาได้สวยดี แม้จะมีรูปลักษณ์เรียบๆแต่ก็แข็งแรงมากเลย แถมไม่กินเนื้อที่วางด้วย
 
รายละเอียดของกระป๋องน้ำมะเขือเทศ น้ำหวานรสโปรดของเธอ
 
 
 
 
รายละเอียดเมื่อมองจากด้านข้างแบบใกล้และหลายมุม ผมคิดว่าการปั้นท่าทางของผู้ผลิตทำออกมาได้ดีมากเลยครับ มีความเป็นอนาโตมี่ที่ไม่ผิดสัดส่วนมากๆเลย
 
 
 
มุมนี้ต้องขอโชว์เส้นผมสวยตามแบบที่โฆษณาน้ำยาสระผมบ้านเราชอบใช้
 
 
ถ่ายจากมุมด้านใต้แบบไอ้โรคจิตที่ชอบถ่ายกางเกงลิงสาวๆ
 
มองจากมุมบนไปมุมล่างแบบนี้ จากภาพฟ้องชัดเจนเลยว่ามัตซึริเป็นสาวประเภทหน้าอกไข่ดาวหมูแฮม
 
 
ปิดท้ายการรีวิววันนี้ด้วยภาพจากมุมนี้เลยครับ เป็นมุมที่ผมคิดว่าสวยพอที่จะเป็นภาพปิดท้ายจริงๆ


เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับฟิกเกอร์ตัวนี้ แม้ว่าตัวฟิกเกอร์จะทั้งเก่าและมีคุณภาพที่สวยระดับกลางๆ แต่สำหรับตัวผมก็นับว่าเป็นความภาคภูมิใจอยู่มากเหมือนกันที่ได้มีโอกาสจับเธอมารีวิวให้เพื่อนๆได้รับชมกัน แม้จะรู้อยู่บ้างแล้วว่าน่าจะมีคนรู้จักน้อย แต่ของแบบนี้ขอทำ “ตามใจ” มิใช่ “ตามกระแส” ก็แล้วกันครับ

หวังว่าทุกคนจะชอบใจ สำหรับวันนี้ก็ขอลากันไปแต่เพียงเท่านี้แล้ว แล้วค่อยกลับมาพบกันใหม่ในรีวิวหน้านะครับ
 
 
สวัสดีครับ

Comment

Comment:

Tweet


Der Kaiser
View full profile