2010/Jul/11

Last time on

 

http://derkaiser.exteen.com/20100710/airy-f-airy-65374-easter-of-sant-8217-ariccia-65374-monika-l

 

 

พฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน 1904

 

"หืม ... เช้าแล้วเหรอ ?" ผมตื่นเร็วกว่าปกติพร้อมด้วยร่างกายและจิตใจที่เบาหวิว
ลุกจากเตียงแล้วบิดขี้เกียจสุดตัว ท่าทางโมนิก้าคงยังหลับอยู่ ผมก็เลยค่อยๆลุกออกจากเตียงเบาๆและขณะกำลังล้างหน้า เมื่อหันไปทางประตู -

"... แค่ทักทายอรุณสวัสดิ์กันแค่นี้ก็ให้กันไม่ได้รึไง ?"
"โทษที ผมนึกว่ายังหลับอยู่น่ะ"
"ไม่เป็นไร ฉันน่ะนอนเร็วตื่นเร็วนะ"
...........................
...........
ผมออกไปตักน้ำข้างนอกและเกิดฉุกใจสงสัยในเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง
(อ้าว -) เมื่อวานกลางดึก โมนิก้าออกไปข้างนอกสินะ
แล้วผมก็ตามรอยเธอไป ... ?
ในหัวมันตื้อไปหมด ไม่รู้ว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงหรือเป็นเรื่องที่ผมรู้สึกไปเองกันแน่


 

"คงฝันไปละมั้ง ...?"แต่ถ้าอย่างนั้น ทำไมเหมือนความทรงจำของผมมันถูกปลุกขึ้นมาเรื่อยๆล่ะ -
ภาพที่ผมเห็นโมนิก้านอนอยู่ใต้ซานตารีเคียนั่นเป็นภาพลวงตายังงั้นเหรอ?
"จริงสิ !" ผมรีบวิ่งกลับเข้าบ้านเมื่อพบวิธีที่จะพิสูจน์ความจริงได้
"มีอะไรเหรอ ? จู่ๆก็กลับเข้ามาแบบนี้ ?"

 

 

"เอ่อ เปล่า ..." เมื่อคืน ผมเอาเสื้อนอกห่มให้โมนิก้า แต่เสื้อนอกตัวนั้นกลับแขวนอยู่บนผนังเหมือนปกติและที่น่าแปลกใจไปกว่านั้น ลักษณะของเสื้อที่แขวนอยู่ยังดูราวกับว่าไม่เคยถูกใครหยิบออกไปใช้งานเมื่อคืนเลย


"นี่ เอเลโม่ ขอยืมผ้าขนหนูหน่อยได้มั้ย ?"
"เอ่อ อื้อ ..."
"ขอบใจ" ผมมองตามหลังโมนิก้าที่เดินออกไปข้างนอกแล้วจึงเริ่มทบทวนความทรงจำของตนเองใหม่อีกครั้ง ถ้าเรื่องเมื่อคืนเป็นความจริง โมนิก้าก็น่าจะกลับมาพร้อมกับเสื้อนอกของผมถึงจะถูก

 

 

(ลองถามเจ้าตัวไปตรงๆเลยดีกว่ามั้ยนะ ?)
นั่นน่าจะเป็นวิธีที่เร็วที่สุด แต่ดูเธอไม่คิดจะปริปากพูดถึงเรื่องนั้นเลยสักคำ
(งั้นก็คงเพราะเราฝันไปเองละมั้ง -?)
หรือเพราะโมนิก้าไม่ต้องการจะเอ่ยถึงเรื่องนั้น จึงบอกเป็นนัยกับผมว่าอย่าไปรื้อฟื้นมันด้วยการนิ่งเฉยซะ ?

 

"หว่ะ !?"
"เย้ย !?" ผมกระโดดโหยงเพราะเสียงดังที่มาจากด้านหลัง

 

 

 

"อ่ะฮะๆๆ ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นก็ได้ -" โมริก้าหัวเราะชอบใจ
"ไม่ตกใจได้ไงล่ะ เล่นมาไม่ให้ซุ่มให้เสียงแบบนี้น่ะ"

"เหรอ ? ฉันมันจืดจางขนาดนั้นเลย? เป็นอากาศธาตุเลยเหรอ?"
"ไม่ได้ว่าขนาดน้าน"
"แต่ก็พูดคลับคล้ายคลับคลาไม่ใช่เร้อ ? ไม่ยังงั้น จะมีใครที่ไหนเขาให้คนอื่นเข้ามาพักในบ้านหน้าตาเฉยแบบนั้น จริงมะ?" 
"จะบอกว่าเพราะเชื่อใจนี่ ... ฟังขึ้นมั้ยล่ะ?"โมนิก้าคิดหาคำตอบให้กับคำถามของผมครู่หนึ่ง ซึ่งในระหว่างนั้นแหละที่ทำให้ผมรู้สึกกังวลแปลกๆ
"ก็ดีอยู่หรอกนะ แต่อย่าประมาทจะดีกว่ามั้ย? ไม่งั้นจะเป็นเหมือนชาวนากับงูเห่าเอานะ "
"เช่นยังไงบ้างล่ะ ?"
"อืม ... คล้ายๆตอนนี้ล่ะมั้ง"
"ไม่เห็นเป็นไรเลย เรื่องแค่นี้ ..."
"งั้นเดี๋ยวฉันจะเพิ่มดีกรีให้มันไม่แค่นี้เอามั้ยล่ะ" พอโดนเธอยิงมุกหน้าเคร่ง ผมก็ถึงกับพูดไม่ออก

 

 

"ล้อเล่นน่า ฉันไม่คิดทำร้ายน้ำใจของนายหรอกนะ"
"ที่พูดนั้น ... เชื่อได้สินะ ?"
"อื้อ ... เชื่อได้เลยล่ะ"พอได้เห็นโมนิก้ายิ้ม ผมก็ถึงกับโล่งใจ

"แต่ว่านะ ที่พูดเมื่อกี้ ก็แค่สิ่งที่"ตั้งใจ"จะทำต่อจากนี้หรอก" น้าน ยังมีต่อก๊อกสอง
"หมายความว่าไงเหรอ ?"
"สิ่งที่จบสิ้นลงไปแล้วไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรอก"สีหน้าของโมนิก้าเปลี่ยนไป ดูเย็นชาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


"ฉันในตอนนี้น่ะ ไม่ว่าจะพยายามใส่ใจกับรอบตัวแค่ไหน ก็มีแต่ความผิดพลาดในอดีตเท่านั้นที่ไม่อาจลบเลือนได้" ผมไม่อาจเข้าใจกับเจตนาที่เธอพูดออกมา

"บางครั้งน่ะนะ ความผิดพลาดในอดีตก็เป็นเหมือนการหักหลังอนาคตของตัวเองเหมือนกัน"
"ถึงอย่างนั้นแล้ว นายจะเป็นคนที่ให้อภัยได้มั้ยล่ะ ?"
"ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่หรอก แต่คนเรา ใครๆก็ผิดพลาดกันทั้งนั้นนี่ ไอ้การจะคิดโน่นคิดนี่กับเรื่องในอดีตจนหวาดกลัวอนาคตมันก็ช่วยไม่ได้น่ะนะ"

 

"ตอบไม่ค่อยตรงคำถามเลยนะ"


"อื้อ ก็ผมไม่รู้ว่าโมนิก้าอยากจะพูดอะไร ก็เลยไม่ขอด่วนสรุปอะไรแล้วกัน"
"จะยกโทษให้ได้รึเปล่า ถ้ายังไม่ถึงเวลาก็ไม่รู้หรอก"คำถามแบบครึ่งๆกลางๆ ก็น่าจะเหมาะสมกับคำตอบที่คลุมเครือแบบนี้แล้วละมัง แต่นั่นก็ดูเหมือนจะเพียงพอสำหรับโมนิก้าในตอนนี้แล้ว


"นั่นสินะ ถูกของนายแล้วล่ะ"
โมนิก้าดูจะยอมรับสิ่งที่ผมพูดได้ง่ายจนน่าตกใจ
แต่ปัญหาจริงๆน่ะ ... มันอยู่ที่ตัวผมต่างหาก

............................
...................

ไม่ว่าจะเป็นชั่วโมงเรียนตอนเช้า ช่วงพักกลางวัน หรือแม้แต่หลังจากจบการเรียนในคาบบ่าย ... เวลาผ่านไปครึ่งวันจนย่างเข้าสู่ยามเย็น ผมก็ยังคงคิดถึงความหมายของสิ่งที่โมนิก้าพูด

 

"บางครั้งน่ะนะ ความผิดพลาดในอดีตก็เป็นเหมือนการหักหลังอนาคตของตัวเองเหมือนกัน"

"เป็นอะไรไปน่ะ เอเลโม่ ?เห็นนายไม่แตะต้องข้าวปลาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ ?"
"อ๊ะ อ่อ นั่นสินะ"

 

 

"ไม่เห็นต้องใส่ใจเรื่องที่ฉันพูดเลย ฟังหูซ้ายทะลุหูขวาไปซะก็ได้นะ"
"ทำยังงั้นไม่ได้หรอก" เมื่อกลางวันตอนที่โมนิก้าแสดงโชว์ที่เมืองอัลบาโน่น่ะ ผมได้เรียนรู้จากเธอหลายอย่างเกี่ยวกับปฏิกิริยาแบบต่างๆของคนดู


"... แล้ว เก็บเงินค่าชมได้เยอะรึเปล่า  ?"
"ก็นะ ถึงจะเป็นวันธรรมดา แต่ก็มากกว่าที่คิดล่ะ"
"เห งั้นก็ดีแล้วล่ะ"
"แล้วนายล่ะ  ? ชีวิตในห้องเรียนเป็นไงบ้าง ?"
"เอ่อ เรื่องนั้น คือว่าพอดีมีเรื่องให้ต้องคิดนิดหน่อย ก็เลยไม่ค่อย ..." แม้ว่ามันจะไม่ได้อยู่ในหัวของผมตลอด 24 ชั่วโมง  แต่บางจังหวะ ประโยคของโมนิก้าประโยคนั้นก็มักจะโผล่ขึ้นมาวนเวียนบนหัวของผมอยู่ร่ำไป


"อุตส่าห์มีโอกาสได้เรียนทั้งที ไม่ตั้งใจเรียนแล้วจะเสียใจเอาเมื่อสายนะ"
" ... เสียใจเมื่อสาย ?"
"ใช่ คงไม่อยากรู้สึกประมาณว่า ตอนนั้นถ้าเราตั้งใจเรียนแต่แรกซะก็ดี แบบนั้นหรอกใช่มั้ยล่ะ ?" ผมรู้สึกว่า คำพูดของโมนิก้าประโยคนี้เหมือนมีอะไรบางอย่างที่จะเป็นตัวไขปมปริศนาของเรื่องที่ผมอยากรู้


( - หมายความว่า ตอนที่เราเพิ่งรู้ตัวว่าทำผิดลงไป ก็เหมือนกับว่าตัวเราในอนาคตถูกตัวเราในอดีตหักหลังทำร้ายเอา ยังงั้นสินะ  ?)
"เรื่องนั้นมันก็ช่วยไม่ได้นี่นา  ?"
"เรื่องอะไรเหรอ  ?"


"ความผิดพลาดในอดีตน่ะ มันไม่ได้เกิดจากเจตนาของเราซะหน่อย ตอนนั้นก็แค่คิดว่า ช่างเถอะ แล้วเดินหน้าต่อไปเท่านั้นเอง"
"ผมว่าคงไม่มีใครไม่เคยนึกเสียใจกับเรื่องที่ผ่านมาหรอก ..."
" ... เพราะงั้น นายก็เลยคิดว่ามัน ช่วยไม่ได้ สินะ  ?"
"นั่นสินะ" ผมพยักหน้าหงึกๆในขณะที่โมนิก้านิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง

" ... ยังคิดถึงเรื่องเมื่อเช้าอยู่อีกเหรอ  ?" เธอถามผม
"อื้อ คิดถึงมาตลอดเลยล่ะ"
"ว่างงานดีจังนะ นายเนี่ย"
"ไม่ใช่ยังงั้นหรอก แต่บทคนมันจะสงสัย ใครก็ช่วยไม่ได้นี่นา"
"นายเป็นคนประเภทที่ชอบใช้คำว่า ช่วยไม่ได้ เข้าชนกับปัญหาทุกเรื่องสินะ ... น่าอิจฉาจริงๆ"


"ว่าไงดีล่ะ  ?เหมือนจะไม่ใช่นะ ..."
"บางครั้ง หลายๆเรื่องก็จบไม่ได้ด้วยเหตุผลนี่นา"

 

"ถ้าอย่างนั้น ... ฉันคงเป็นคนที่"จบอะไรไม่ได้เลย"นั่นแหละ"
"เอ๋  ?" ด้วยคำพูดเบาๆของเธอคำนั้น ได้ดึงใบหน้าของผมให้เงยขึ้น
"อ๊ะ !?" ดูเหมือนจะเป็นคำพูดที่เธอเผลอหลุดปากออกมาโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเมื่อรู้ตัวเธอจึงตกใจมากพร้อมกับเอามือปิดปากตามสัญชาตญาณ


"เธอมีอะไรที่"ไม่สามารถทำให้จบลงอย่างช่วยไม่ได้"จนต้องเสียใจภายหลังยังงั้นเหรอ  ?"
" ... มีสิ"
"แล้วเป็นเรื่องที่ต้องการให้ใครสักคนมารับฟังรึเปล่า  ?" ผมตั้งใจว่าถ้าเธอพยักหน้า ก็จะเสนอตัวเองออกไป ...
แต่คำตอบของเธอน่าตกใจยิ่งกว่านั้น ....

 

"ฉันมีเรื่อง ... ที่อยากให้เอเลโม่รับฟังเรื่องนึงน่ะ" การที่เธอระบุชื่อผม ทำให้ผมรู้สึกดีใจเล็กๆที่อย่างน้อยโมนิก้าก็เป็นผมเป็นที่พึ่งได้บ้าง
"ถ้าเป็นผมได้ล่ะก็ จะเท่าไหร่ก็ขอรับฟังนะ"
"... แต่ว่า เพราะอีกฝ่ายเป็นนาย ฉันถึงพูดออกไปไม่ได้"
"มันยังไงกันแน่ เรื่องนั้นน่ะ  ?"
"อย่างที่พูดนั่นแหละ ต้องการให้รับฟัง แต่พูดออกไปไม่ได้"ในหัวของผมตอนนี้กำลังดังก้องไปด้วยคำพูดของโมนิก้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อกระตุ้นให้สมองคิดทำความเข้าใจกับเจตนาที่แท้จริงของเจ้าหล่อน

 

"เป็นเรื่องที่พูดลำบาก ยังงั้นเหรอ  ?"
" ... นั่นสินะ ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่สักวัน ยังไงก็ต้องพูดออกไปแท้ๆ"
"ถ้างั้น ผมจะรอจนกว่าวันนั้นจะมาถึงก็แล้วกันนะ"ไม่รู้หรอกว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ถ้าแม้แต่โมนิก้าเองก็ยังกลุ้มใจกับมันแบบนี้ เร่งเซ้าซี้ไปก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา
"ขอบใจนะ แต่ฉันรับรอง จะไม่ให้นายต้องรอนานขนาดนั้นแน่ๆ"
" ?"
"เพราะงั้น พรุ่งนี้ - ช่วยรอถึงคืนพรุ่งนี้ด้วยนะ "
รอเหรอ ...?
"คืนพรุ่งนี้ ... จะพยายามพูดออกมาเท