2010/Jul/10

Last time on

http://derkaiser.exteen.com/20100619/airy-f-airy-65374-easter-of-sant-8217-ariccia-65374-monika-l

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน 1904

"อรุณสวัสดิ์ เอเลโม่..."
"ไง อรุณสวัสดิ์ หลับสบายดีมั้ย?"
"...นิดหน่อยน่ะ" คำว่าอรุณสวัสดิ์ของเราวันนี้แตกต่างกับเมื่อวานตรงที่เป็นคำทักทายของคนที่อาศัยนอนใต้ชายคาเดียวกัน
"เอ่อ เอเลโม่ ... แก้มนั่น ..."
"อ๊ะ ! เดี๋ยวผมต้องไปตักน้ำแล้วล่ะ" ผมพยายามไม่พูดถึงเรื่องเมื่อวาน
"เอ๋ เรื่องแค่นั้น เดี๋ยวฉันทำเองได้น่า..."
"ไม่เป็นไรๆ ว่าแต่ตอนลงมาก็ระวังอย่าลื่นตกจากบันไดล่ะ"
"คิดว่าฉันเป็นใครกันยะ ? นักแสดงเร่ ถ้าพลาดอะไรแบบนั้นป่านนี้คงไส้แห้งตายไปไหนต่อไหนแล้วล่ะ"
"นั่นสินะ" หลังปะทะฝีปากกันเล็กน้อย ผมก็เป็นฝ่ายถอยทัพออกไปข้างนอกเอง
จริงๆ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะพูดเรื่องแก้มผมว่ายังไงบ้าง


"...อูย บวมขึ้นอีกแล้วแฮะ" ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า แต่รู้สึกว่ามันแดงขึ้นด้วยล่ะ
( - เป็นการตบที่รุนแรงชะมัดเลยแฮะ)หนึ่งฉาดของเธอเมื่อคืน รุนแรงขนาดติดอันดับต้นๆของการตบที่ผมเคยโดนมาเลยล่ะ
( - แค่จะถามว่าชอบนอนเตียงบนหรือล่างแท้ๆ...) จู่ๆฝ่ามือของเธอก็ฟาดเข้าที่หน้าของผมดังฉาดซะงั้น
"แต่ถ้าเข้าใจผิด ...ก็ช่วยไม่ได้หรอก" แต่ว่าทำไม เธอถึงเข้าใจว่าผมชวนเธอนอนร่วมเตียงเดียวกันไปได้นะ ?
"หรือว่าจะฟังผิด ?" ถ้างั้นก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
...........................
..........
"นี่ เอเลโม่ ฉันมีเรื่องอยากถามหน่อยน่ะ"
"เรื่องอะไรเหรอ ?"

"ชั่วโมงเรียนของนายที่โบสถ์วันนี้ล่ะ ...?"
"แค่ช่วงเช้าเท่านั้นแหละ ช่วงบ่ายหยุดน่ะ" วันนี้เป็นวันอังคาร แน่นอนล่ะว่าศึกเอเรมิต้ากำลังรอผมอยู่เหมือนเดิม -
"อ๊ะ"
"มีอะไรเหรอ ?"
"เปล่าๆ แค่นึกได้ว่าลืมอะไรไปบางอย่างน่ะ" ใช่ วันนี้วันอังคารไง และผมต้องใช้ห้องนี้ในการดวลเอเรมิต้า
ถ้าเป็นงั้นแล้วโมนิก้าจะไปนอนที่ไหน ?
(- แต่ระหว่างการดวล เวลาจะถูกหยุดไว้ ... คงไม่เป็นไรมั้ง?" จากประสบการณ์ในครั้งแรก ไม่น่าจะมีใครคนอื่นที่สามารถขยับได้ในช่วงนั้นแน่ๆ


เพียงแต่ ในกรณีที่ตอนเริ่มเกมแล้วมีใครอยู่ที่นั่น ผมก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงเหมือนกัน
"นี่ ถ้างั้น ... ช่วงเช้า ฉันไม่อยู่ที่นี่จะดีกว่ามั้ย?"
"เอ๋ ?"

"ก็นายต้องไปเรียนไม่ใช่รึไง ระหว่างนั้น ให้ฉันอยู่นี่คนเดียวก็คงกังวลสินะ?"
"ทำไมล่ะ ?"
"เกิดกลับมาแล้วเงินทองถูกขโมยไป...นายไม่คิดงั้นบ้างเหรอ ?"
"ไม่เคยเลยสักนิด"
"หัดระแวงไว้บ้างสิยะ ..."
"แต่โมนิก้าไม่ทำแบบนั้นอยู่แล้วนี่ ?"
"จะไปทำได้ไงล่ะ !"...ก็ตัวเองบอกให้หัดระแวงเองแท้ๆ


"เอาเถอะ เชื่อใจกันแบบนี้ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แต่ช่วงสายๆฉันขอออกไปข้างนอกนะ"
"ไปทำไมล่ะ ?"
"...ไปสอดส่องดูหน่อยน่ะ ว่างเว้นมา 2 วัน พวกนั้นอาจจะล้มเลิกความตั้งใจไปแล้วก็ได้"
"แน่ใจนะว่าไม่เป็นไร ?"
"ไม่ใช่ว่าจะโล่งใจซะทีเดียวหรอก แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยจะลำบากเอาทีหลังน่ะนะ"
"... หรือว่ายังคิดมากเรื่องค่าที่พักอยู่อีก ..."
"ไม่หรอก แต่นี่มันเป็นงานนะ ถ้าฉันไม่ออกแสดงเร่ ถึงเวลาต้องใช้เงินขึ้นมาแล้วไม่มีมันจะลำบากเอา"
นั่นก็ถูกของโมนิก้า แต่ถ้าเกิดเธอไปปรากฎตัวในมืองตอนนี้แล้ว ...
........................
(เฮ้อ - นี่เรามาทำอะไรนะ ...)
ทั้งที่จริง เวลานี้ผมควรจะอยู่ที่ห้องเรียนแล้วแท้ๆ สุดท้ายผมก็เป็นห่วงโมนิก้าจนเลือกตามเธอเข้าเมืองหลังจากทำความสะอาดห้องเรียนเสร็จ
(- ถ้าเป็นแถวๆนี้ คงมองเห็นได้จากทุกที่สินะ ...)
สองคนนั้นยังป้วนเปี้ยนอยู่ที่เมืองนี้ โอกาสจะถูกพบตัวก็สูงซะด้วย
โมนิก้าเดินออกจากท้ายซอยมาเริ่มเปิดการแสดงยังที่เดิมเหมือนเมื่อวานนี้

"เอาล่ะค่ะ ทุกท่าน ! ช่วงพักกลางวันแบบนี้ ลองมารื่นเริงบันเทิงใจกับการโชว์เด็ดๆจากต่างแดนกันหน่อยดีมั้ยคะ -?" สิ้นเสียงของโมนิก้า คนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็เริ่มหันมามองเธอด้วยความสนใจ
จากนั้น เพื่อดึงความสนใจของทุกคนไว้ เธอจึงเริ่มแสดงการโยนรับของแบบง่ายๆเหมือนเมื่อวานก่อนเป็นอันดับแรก ...


นั่นทำให้เริ่มมีผู้คนมากมายเข้ามารวมตัวกันมุงดูเธอ
( - ดีละ ถ้าเป็นแบบนี้ ผมเองก็ ...)ผมเริ่มตรวจดูรอบๆเพื่อระวังไม่ให้มีบุคคลน่าสงสัยเข้าถึงตัวโมนิก้าได้
"เอาล่ะค่ะ ทุกท่าน กรุณาเป็นพยานนะคะ เดี๋ยวฉันจะใช้กระป๋องที่วางอยู่ตรงนี้ -"โมนิก้าค่อยๆวางกระป๋องลงกลางระหว่างกระป๋องแต่ละใบจนเรียกเป็นแถว
สร้างความสนใจให้แก่บรรดาผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาเป็นอย่างมาก ทุกคนต่างยืนมุงดูกันอย่างไม่รู้เบื่อจนกระทั่งวงฝรั่งมุงขยายออกไปอย่างกว้างขวาง

"เอาละ มีท่านไหนสนใจจะมาเล่นแคชบอลกันฉันมั้ยคะ !"
จากนั้น โมนิก้าก็ได้เรียกเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งออกมาจากกลุ่มคนดูแล้วขอให้เด็กหญิงขว้างบอลใส่ตน
"ไม่เป็นไรจ้ะ ถ้าขว้างแบบไม่ยิงนกตกปลา มากี่ลูกก็จะรับให้ดูเลย" เมื่อได้ยินดังนั้น สาวน้อยจึงเริ่มขว้างบอลไปที่โมนิก้าอย่างหวาดๆ
และเพราะความเกร็งละมัง ถึงทำให้ทิศทางที่บอลถูกขว้างไปมันเฉเฉียงไม่ตรงเส้นเท่าไรนัก


"ไนซ์จ้ะ ! มาอีกได้เลยเน้อ !"โมนิก้ายื่นท่อนแขนมาข้างหน้าแล้วรับลูกบอลเอาไว้
"ขอบใจจ้า ! ต่อไป ขอเชิญท่านอื่นบ้างค่า"
( - ดูเหมือนจะไปได้สวยนะ ...) ผมออกเดินตรวจตราฝูงชนอีกครั้งโดยไม่เป็นห่วงการแสดงของเธออีกเลย
"เอ - ขอคนนั้นละกันค่ะ ! พี่ชายผมยาวตรงนั้นแหละค่ะ !"ผู้ชาย 2 คนนั้นมีลักษณะเด่นที่ชุดสูทสีดำ แต่ก็น่าเป็นห่วงว่าถ้าพวกนั้นถอดสูทออกซะแล้วอาจจะทำให้สังเกตเห็นได้ยากขึ้นท่ามกลางคนมุงแบบนี้
"นี่ นายผมหางม้าตรงนั้นน่ะ! มีหูรึเปล่ายะ ?"
(หางม้าเหรอ ?)พอรู้ตัวว่านั่นเป็นทรงผมของตัวเอง ผมเลยหันควับไปหาเธอในทันที
และพบกับสายตาของโมนิก้าที่มองมายังผม


"เอะ เอเล ..." นี่หรือว่าเธอเจาะจงให้ผมออกไปเล่นเกมกับเธอนะ
ไม่หรอก ดูท่าทางเจ้าตัวคงไม่รู้มาก่อนว่ากำลังเรียกผมอยู่
(ทำไงล่ะทีนี้ !?)ในเมื่อหันไปตามเสียงเรียกแล้ว จะทำเป็นไม่รู้ไม่ขี้ทีหลังก็สายเกินแก้
แต่จู่ๆเรียกคนที่รู้จักกันอยู่แล้วออกไปเล่นเกมด้วยแบบนี้ งานจะไม่กร่อยแน่เร้อ ?
"...เอ่อ ผมเหรอครับ ?"ผมพยายามทำเนียนเป็นไม่รู้จักโมนิก้าโดยเลือกมองที่หมวกของเธอมากกว่าสบตากับเจ้าหล่อน ส่วนโมนิก้าเองก็รับมุกเนียนได้ดีพอๆกัน


"ในที่สุดก็รู้ตัวซะทีนะคะ"เอาละ ยังไงก็ผ่านด่านแรกไปแล้ว
"เอาละ เชิญทางนี้เลยค่ะ-"ผมเดินออกไปหาโมนิก้าอย่างเสียไม่ได้ท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราว
"เอาละ คราวนี้ขอให้คุณขว้างลูกบอล 2 ลูกนี้เข้ามานะคะ แล้วฉันจะตอบแทนด้วย...แอปเปิ้ล 1ผลค่า"
ผมก้มลงเก็บลูกบอลจากพื้นขึ้นมาแล้วถามเธอ
"จังหวะการขว้างล่ะครับ ?"
"มาได้ทุกเมื่อเลยค่ะ เดี๋ยวฉันจะปรับจังหวะให้เข้ากับคุณเอง ..."สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่โมนิก้า แม้แต่ผมเองก็ยังรู้สึกตื่นเต้น
(ต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้ ... เกิดพลาดขึ้นมาล่ะก็ ...)
พริบตานั้น ผมก็พลันนึกภาพตอนที่ตัวเองทำเรื่องขายหน้าประชาชีขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

"เอ้า เร็วเข้าๆ !จะทำให้ทุกท่านที่กำลังรอดูอยู่ต้องทนหิวอีกนานแค่ไหนคะ?"
"...ครับ"ผมมองเธอแล้วพยายามกะจังหวะที่จะข้วางบอลออกไป
... แต่ถึงจะโปรแค่ไหน ถ้าต้องรับฝีมือการขว้างบอลชนิดสุนัขไม่รับประทานอย่างผมก็คงแย่เหมือนกัน
ดังนั้น ผมจึงเลือกที่จะจับจังหวะการเคลื่อนไหวของเธอก่อนขว้างลูก
"... เอะ ...เอล ... อย่าจ้องหน้ากันแบบนั้นสิ เห็นแล้วมันรู้สึก ..."
"เอ๋ อะไรนะ ?"

"ชะ ช่างเถอะน่า ขว้างๆมาเร็ว !"
"อ่ะครับ !"ผมตอบสนองต่อคำสั่งของเธอและขว้างลูกบอลในมือทั้งสองออกไปพร้อมกันอย่างลนลาน
ซึ่งนั่นดูเหมือนจะผิดจากที่โมนิก้าคิด เพราะเธอเริ่มทรงตัวไม่อยู่อย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังพยายามทำอะไรสักอย่างกับบอล 2 ลูกนั่น
ก่อนจะถือมันไว้ในมือแล้วจ้องเขม็งมาที่ผม
"อ๊ะ !?" เธอโยนแอปเปิ้ลมาให้ตามที่บอกไว้ แต่ดูเหมือนเธอจะขว้างต่ำไปจนทำให้มันลอยมาไม่ถึงผม
"เฮ้อ -" ผู้ชมรอบๆถอนหายใจด้วยความเสียดาย
"ขอโทษนะคะพี่ชาย ดูเหมือนฉันจะทำพลาดซะแล้วสิ"ทุกอย่างจบลงตรงที่โมนิก้ายอมรับความผิดพลาดของตัวเอง
................................
..............

"เอเลโม่ นายไม่ต้องคิดมากก็ได้นะ คนที่ต้องคิดมากน่ะคือฉันต่างหากล่ะ"
"แต่ ถ้าตอนนั้นผมขว้างตามที่โมนิก้าบอกล่ะก็ ..."ทุกอย่างก็คงไม่พังเพราะแอปเปิ้ลผลเดียวแบบนี้หรอก
"คือว่านะ นักแสดงเร่น่ะ ไม่ว่าใครก็เคยทำพลาดกันทั้งนั้นแหละ โดยเฉพาะกับการแสดงที่ให้ผู้ชมเข้ามาร่วมเล่นแบบวันนี้ด้วยแล้วน่ะนะ"
"ก่อนอื่นก็คือการเลือกคน ถ้าพลาดตรงนี้ซะแล้ว ตอนหลังก็ลำบากแน่ๆล่ะ"
"ต่อไปก็คือ ทำยังไงให้อาสาสมัครคนนั้นรู้สึกผ่อนคลาย อาจจะมีบ้างสำหรับบางคนที่ไม่เกร็งเวลาออกมายืนต่อหน้าคนเยอะๆ นายไม่คิดงั้นเหรอ ?"
"อะ อื้อ"
"ยิ่งกว่านั้น การทำให้โชว์ที่น่าจะผิดพลาดกลับกลายเป็นจบลงได้อย่างสวยงามนี่แหละที่จะประทับใจคนดูมากที่สุด
เพราะงั้น ของแบบนี้มันก็ต้องเตรียมใจรับความเสี่ยงเหมือนกันนะ"

"ความผิดพลาดอย่างแรกของฉันคือการเลือกนายอย่างโดยไม่รู้ตัวนี่แหละ"
"ไม่รู้จริงๆสินะว่านั่นคือผมน่ะ ?"
"...อื้อ เพราะคนข้างหน้ายืนบัง ฉันก็เลยไม่เห็นเสื้อผ้าของนาย เห็นแต่หลังไวๆนึกว่าเป็นผู้หญิงตัวสูงๆซะอีก ก็เลยเรียกน่ะ"
"เหมือน ... ผู้ หญิง ..."จะว่าไป ก็มีบางครั้งที่ผมถูกคนซึ่งเพิ่งเคยพบหน้ากันครั้งแรกเข้าใจผิดเหมือนกัน
(ช็อคนิดๆแฮะ -) มันช่างเป็นคำสาปของทรงผมหางม้าโดยแท้
"ความผิดพลาดอีกอย่าง ... ไม่ได้เป็นเพราะนายหรอก แต่เป็นเพราะฉันเต็มๆเลย"
"หมายความว่าไงเหรอ ?"
"ระ เรื่องนั้นเป็นความลับของนักแสดงน่ะ บอกไม่ได้หรอก"
" ... คงไม่ใช่คิดจะโทษตัวเองก็เลยบอกว่าเป็นเรื่องที่พูดไม่ได้หรอกนะ ?"
"จะบ้ารึไง !"


"..."
"... อะไรกัน สายตาแบบนั้น จะบอกว่าไม่เชื่อใจฉันรึไง ?"
"ใช่ที่ไหนล่ะ"
"แต่ยังไงก็ตาม ไม่ใช่ความผิดของนายแน่นอน"
"ทำไมล่ะ ?"
"เพราะฉันเป็นมืออาชีพ ส่วนนายเป็นผู้ชม ถ้ามีอะไรขัดข้องทางเทคนิคขึ้นมาจนแสดงผิดพลาด จะไปโทษผู้ชมได้ยังไงล่ะจริงมั้ย"
"ถ้าเรื่องแค่นั้น จากพรุ่งนี้ไปฉันค่อยลองหางานอื่นก็ได้"
"โมนิก้านี่ยอดจริงๆเลยนะ"
"ระ เรื่องอะไรล่ะ ?"
 "ก็ที่พยายามแสดงโชว์อย่างดีที่สุดเพื่อไม่ให้เสียชื่อในฐานะมือโปรไงล่ะ ผมว่ามันยอดมากเลยนะ ..."
"... หงะ แหงอยู่แล้วสิยะ ! จู่ๆก็อะไรของนายน่ะ !? ถึงยกยอไปฉันก็ไม่มีอะไรจะให้หรอกนะ ?"
"ยกยอที่ไหนกันล่ะ ผมคิดยังไงก็พูดไปยังงั้นแหละ"


"ฮึ ... ถ้าเป็นมืออาชีพจริงๆล่ะก็ ต่อให้เกร็งยังไงก็ห้ามหวั่นไหวย่ะ"
" ... ขนาดโมนิก้าเองก็ยังเกร็งเหรอ ?"
"ก็แหงอยู่แล้วสิ" ทั้งๆที่แสดงโชว์ไปพูดไปอย่างเพลิดเพลินแบบนั้นเนี่ยนะ นึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ
"ถ้าไม่กดดันก็ไม่มีทางแสดงโชว์สำเร็จหรอกนะ เพราะมีความกดดันนั่นแหละถึงทำให้เรามีสมาธิพอจะทำอะไรยากๆออกมาได้"
"ยังงี้นี่เอง"
"...แต่ห้ามหวั่นไหวเด็ดขาด ไม่งั้นสมาธิกระเจิงหมดแน่"
"ถ้างั้น ... คราวนี้เป็นเพราะโมนิก้าหวั่นไหวเหรอ ?"
"อุกีกี๊?" "ปูรูรู๊?"
“ละ แล้วทำไมขนาดพวกนายก็ยังต้องถามด้วยล่ะเนี่ย!"
ไม่ใช่แค่ผม แต่ดูเหมือนแฮมกับเชอรี่ก็อยากรู้ถึงสาเหตุของความผิดพลาดที่เกิดกับโมนิก้าเหมือนกัน
โมนิก้านิ่งเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะชำเลืองตามองเชอรี่
"ใช่สิ ! มีไรป่ะ !?"เธอยอมรับด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก
"อุกีกีกี๊ ?"

"ทำไมถึงหวั่นไหวเหรอ ? เรื่องนั้นตัวฉันเองก็ยังไม่รู้เลย"
"อุกีกี๊ ?"
"จะ จริงสิ !"
"อุกีกี อุกีกี๊?"
"มีอะไรในใจเหรอ ? ถ้ามีใครรู้ ก็ช่วยมาบอกฉันหน่อยเถอะ"
"อุกีกี้ ..." แล้วทำไมเชอรี่ถึงจ้องมาทางผมล่ะเนี่ย
"ชะ ใช่ที่ไหนกันล่ะ ! ทำไมฉันต้องหวั่นไหวเพราะเอเลโม่ด้วยล่ะ ?"
"ไปๆมาๆ เป็นความผิดผมสินะ ?"
"เปล่านะ!ไม่ใช่ความผิดของเอเลโม่เลย"
"แค่ถูกนายจ้องจนฉันขยับไปไหนไม่ได้เท่านั้นแหละ!"
"ผมเหรอ?"
"ใช่สิ !"
"เธอน่ะเหรอ ?"
"ใช่สิยะ !"หลังพูดจบ หน้าของโมนิก้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด
"ว่าแล้วเชียว ..."
" ... ปะ ปะ ปะ เปล่านะ แต่ คือ คือ มัน ... แบบว่า ใช่สิ แบบนั้นแหละ !"
"หวั่นไหวนี่มันหมายถึงลนลานไม่ใช่เหรอ ?"
"ฉันแค่ขยับไปไหนไม่ได้แค่นั้นเอง ... เพราะงั้น มันก็ไม่ใช่หวั่นไหวสินะ !?ไม่ใช่สินะ ?"
...ถึงเธอจะกลบเกลื่อนยังไง ผมก็รู้ดีกว่าเป็นเพราะสายตาของผมที่จ้องมองเธอตอนนั้นนั่นแหละที่เป็นสาเหตุ

"เข้าใจละ ว่าไงก็ว่าตามกัน"
" ... ขะ ขอบใจนะ ... แต่เอ๊ะ สายตาของนายนั่นมันอะไรยะ คิดจะเก็บเรื่องนี้เอาไว้เผาฉันเมื่อสบโอกาสรึไง ?"
"จะไปทำงั้นได้ไงเล่า ผมรับรอง เรื่องนี้จะไม่พูดให้ใครฟังแน่"
... เพื่อชื่อเสียงของโมนิก้าด้วย แล้วก็เพื่อตัวผมเอง
....................................
................
- และแล้วคืนวันอังคาร เวลาแห่งการดวลก็มาถึง
ทั้งที่ผมตั้งใจจะเตรียมการตามปกติ แต่คืนนี้กลับมีปัญหาใหญ่อยู่อีกอย่างนึง
... นั่นก็คือ โมนิก้า
"ฟี้ ... ฟี้ ... ฟี้" แต่อาจจะเป็นโชคดีสำหรับผมที่วันนี้เธอเหนื่อยอ่อนกับการแสดงมามาก พอทานมื้อเย็นเสร็จก็ขึ้นเตียงม่อยหลับไปในทันที
"ราตรีสวัสดิ์ โมนิก้า"

........................


ผมบอกลาเธอด้วยเสียงอันเบาแล้วดับตะเกียงในบ้านลง
( - จะให้โมนิก้าเข้ามาพัวพันกับการดวลไม่ได้)
เมื่อตะเกียงส่องแสง จะมีผู้ที่เข้าร่วมการดวลเท่านั้นที่ถูกพาไปยังอีกมิติหนึ่ง ซึ่งโลกนอกขอบเขตของมิตินั้นจะถูกหยุดเวลาไว้...
ผมวางตะเกียงกับสำรับไพ่ลงบนโต๊ะและรอสัญญาณการเริ่มเกม
และเมื่อเริ่มเกม ผมจึงเปิดไพ่บนมือดูแล้วคิดหาวิธีประกอบไพ่ธาตุโลหะสองหน้าที่ได้รับมาคราวก่อนทันที
( - คราวนี้เป็นศึกแรกซะด้วย ...)
ที่ผมเลือกก็คือ ทองคำ 2 ใบ


" ... เห"เนื่องจากสำรับไพ่ทั้ง 120 ใบ จะมีไพ่ธาตุโลหะอยู่แค่ 12 ใบ ดังนั้น ในระหว่างเกม จึงต้องอาศัยโชคช่วยเป็นอย่างมาก
ว่าจะสามารถจั่วไพ่โลหะเหล่านั้นขึ้นมาได้กี่ใบ ซึ่งถ้าคำนวณจากจำนวนผู้เล่นแล้ว ผู้เล่นมี 4 คน ส่วนไพ่มี 12 ใบ โอกาสที่จะจั่วได้ก็คือคนละ 3 ใบ
(-ถ้าทำฟรัสโก 5 ใบด้วยทองคำทั้งหมดได้ล่ะก็ ...)
ตามกติกา ฟรัสโกทองคำ 5 ใบจะทำให้ผู้เล่นได้ถึง 5 แต้มและได้รับโอกาสเพิ่มในการเก็บอีก 5 แต้มด้วย
แต่แน่นอนว่า มันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆกับไพ่ทองคำที่มีอยู่น้อยนิด


แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังคาดเดาว่าอีกฝ่ายคงกำลังเล็งที่จะทำฟรัสโกทองคำนั่นอยู่เหมือนกันอย่