2010/Jun/19

 Last time on

http://derkaiser.exteen.com/20100619/airy-f-airy-65374-easter-of-sant-8217-ariccia-65374-1904-06--3

วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน 1904

"...ไม่ไหว คาใจเหลือเกิน..."
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ซึ่งผมต้องเริ่มทำกล่องบริจาคสำหรับวันงานได้แล้ว
แต่แล้วทำไม
( - เท้าทั้งสองมันถึงพาผมมาได้ถึงเมืองอัลบาโน่ได้ล่ะ ?)
แน่นอน ผมเข้าใจเหตุผลที่ตัวเองเดินมาถึงที่นี่ดี เลยไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่ที่พอรู้ตัวอีกที
ผมก็หยุดยืนอยู่ตรงลานกว้างนี่แล้ว

... ผม มาตามหาโมนิก้า
"ไม่ได้แล้ว" ผมพยายามเตือนตัวเองให้รีบกลับไปทำงาน ... แต่ไม่ว่ายังไงก็ยังคงคาใจกับ"สาส์นท้าประลอง"ของโมนิก้าที่ได้เห็นเมื่อวันก่อนเหลือเกิน

เพราะงั้นผมจึงเข้าตัวเมืองมาเพื่อคลี่คลายความสงสัยให้หมดไปเสียที
เอาเถอะ ถึงจะมาเสียดายเวลาตอนนี้แล้วย้อนกลับไปนั่งทำกล่อง แต่ก็ใช่ว่างานจะออกมาดีซะเมื่อไหร่
ถ้ายังงั้น สู้รีบหาตัวโมนิก้าให้เจอแล้วถามๆให้จบไปดีกว่า ถึงจะรู้ว่าเจ้าตัวคงไม่ตอบ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ลองถามเลย
(เอาละ งั้นเริ่มต้นตรงนั้นก่อนละกัน -)
...............................
...............

"เอ้า เร่เข้ามาดู กรูเข้ามาชมกันเลยจ้า -"
( - เจอแล้ว ...)
ทั้งที่ตอนแรกคิดว่าคงหาไม่เจอแม้จะใช้เวลาทั้งวันแล้วเชียว
การที่ได้เจอทันทีแบบนี้ ถือว่าผมโชคดีจริงๆ แต่ดูเหมือนนี่ยังไม่ใช่จังหวะที่ผมจะเข้าไปหาเธอได้
"ฉันมาถึงเมืองนี้ได้ 2 อาทิตย์แล้ว ท่านใดที่คิดว่าดูการแสดงของฉันจนเบื่อแล้วอย่าเพิ่งไปไหนนะคะ เรายังมีทีเด็ดเก็บไว้อยู่ค่ะ!"
"ทั้งการปามีดสุดระทึกใจ การกระโดดลอดห่วงไฟ แล้วก็การเดินกลับหัวบนลูกบอล พร้อมด้วยการแสดงแบบอื่นๆที่ทุกท่านยังไม่เคยเห็นอีกมากมายเลยล่ะค่า !"
"เอาละๆ วันนี้จะมีอะไรออกมาให้ดูกันน้า ? ทุกท่านทั้งที่มีและไม่มีเวลา กรุณาอยู่ดูให้จบด้วยนะคะ !"
... โมนิก้ากำลังอยู่ระหว่างการแสดงเร่

"ม้านี่นา !"
"นั่นมันลาตะหาก !"
"เด็กคนนี้ชื่อแฮมจ้ะ ฝากตัวด้วยนะ !"
"แฮม -!"
"ปรูรูรู-" แฮมเอียงคอให้กับด็กๆที่เรียกชื่อของมัน
"ถ้างั้น เรามาเริ่มต้นกันด้วยโชว์แบบง่ายๆกันก่อนดีกว่า !"โมนิก้ากางแขนออกแล้วหยิบลูกแอปเปิ้ลโยนขึ้นเหนือศีรษะเบาๆ

และในพริบตาที่ลูกแอปเปิ้ลตกถึงมือเธอ ก็มีอีกลูกหนึ่งลอยขึ้นสู่อากาศ
"เริ่มต้นด้วย โยน-รับของ 2 อย่างก่อนค่ะ !"อย่างที่เธอบอก โมนิก้าโยนแอปเปิ้ลทั้งสองลูกขึ้นบนอากาศแล้วตกลงมาเป็นรูปวงกลม
"มีคนที่ทำได้มั้ยเอ่ย -?"
"ทำด้าย -" เด็กคนหนึ่งยกมือขึ้นออกตัว ทำให้โมนิก้ายิ้มออกมานิดๆ
"ดีล่ะ - ถ้างั้นมาช่วยพี่ยึดถนนสายนี้กันเลยมั้ย?"เธอออกปากชวนเด็กน้อย
"เอ๋ - ให้ทำไงอ่ะ ?"

"อ่ะนั่นแน่ะ คิดอยู่ล่ะซี่ - ถ้างั้น เรามีบริการพิเศษแถมให้ด้วยนะ"เพราะดีใจกับเสียงตอบรับของเด็กคนนั้นรึเปล่านะ โมนิก้าถึงได้หยิบแอปเปิ้ลขึ้นมาเพิ่มอีกลูกนึง และนั่นทำให้การโยนของของเธอกลายเป็นวงโคจรสีแดงเข้มไปในทันที

"เอาล่ะค่า ถ้าประมาณนี้ คงไม่มีใครอยากพลาดแล้วสิเนาะ ?"
"เด็กๆอ่ะ -!"
"อ่ะได้ ! งั้นพี่จัดให้อีกเลยละกันนะ -?"การโยนของเป็นวงตามเข็มนาฬิกาค่อยๆช้าลง แต่เมื่อผมกำลังคิดว่าโมนิก้ากำลังจะหยุดมือนั้นเอง ...
(โอ้ว ?) จู่ๆทิศทางของการโยนก็กลับเปลี่ยนเป็นทวนเข็มนาฬิกาแล้วค่อยๆเร็วขึ้นเรื่อยๆ
"ว้าว เร็วจัง - !"

"เอาล่ะค่ะ ของแบบนี้ ทุกท่านคงเห็นกันจนชินตาแล้ว ... ลองเอาของอย่างอื่นมาโยนด้วยกันดีกว่ามั้ยคะ ?... เชอรี่!"
"อุกี้!" ลิงน้อยโยนกระป๋องโกโก้ขึ้นไปรวมกับแอปเปิ้ล
"สุดยอด -"
"นี่แค่เริ่มต้นเองน้า ?"
แอปเปิ้ล 3 ผล กับลูกบอลแล้วก็...กระป๋อง เนี่ยนะ ?
"ดะ เดี๋ยวสิ เชอรี่ ? อย่าเที่ยวเพิ่มของตามใจชอบได้มั้ย ..."
"อุกี๋ ?"
"เดี๋ยวเถอะ บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเพิ่มโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียงแบบนี้ ?"
"อุกี๋ ?"
"ไม่ต้องมา "อ้าวเหรอ?"เลยนะ"
"อ่ะฮะๆๆ สู้เค้าค้าบ พี่สาว !"
"ขะ ขอบใจสำหรับแรงเชียร์น้า !"
"คุณลิง เพิ่มของอีกเลยค่า - !"

"เดี่ยวเถอะเชอรี่  ! ที่ฉันพูดละไม่ฟัง ไปฟังคุณลูกค้า ... อ๊ะวาวาวาว่า !" ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่โมนิก้าต้องโยนรับของถึง 6 ชิ้น แต่ถึงกระนั้นเธอก็พยายามเพิ่มความเร็วในการโยนมากขึ้น
"เชอรี่ -! เพิ่มมากกว่านี้ฉันโกรธจริงๆนะเออ?"
"อุกี๋ ?"
"กะ แกนี่ !?"
" 7 อันแล้วอ้ะ -!"สองมือที่พันกันยุ่งเป็นปลาหมึกถูกโยกย้ายไปทางซ้ายที ขวาที หน้าที หลังที

"ไม่ไหว ไม่ไหวแล้ววว !"ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่โมนิก้าก็ยังคงประคับประคองการโยนของต่อไปได้เรื่อยๆ
(สุดยอด) สีหน้าของโมนิก้าบอกให้ผมรู้ว่า จริงๆแล้วเธอน่าจะยังทำได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ
" ... ฮึ้ยย พอกันที งั้นมาตัดสินกันเลยดีกว่าย่ะ !"
(-อะ อะไรนะ?)
"ทุกคนช่วยยืนห่างๆนิดนึงค่ะ วันนี้ขอลองแบบสุดๆไปเลยละกันนะคะ !"
ทุกคนทำตามที่โมนิก้าบอกและขยายวงล้อมที่ยืนชมการแสดงของเธอออกไป
"เชอรี่ !บวก 2 เลย!" 
"อุกี้ อุกี้ !" จาก 7 เพิ่มเป็น 9 ทั้งหมดนั้นถูกแบ่งออกเป็นสองชุดที่มีความเร็วในการโยนแตกต่างกัน
"ว้าว -"
"อะไรของเค้านะนั่น ?"
"เก่งจังเลย"
"อะไรจะขนาดนั้น ?"โมนิก้าเริ่มผุดรอยยิ้มเมื่อได้รับรีแอคชั่นแบบนั้นจากบรรดาผู้ชม
"แอนด์ ... พลัส วัน! เชอรี่ คัมม่อน !"
"เฮ้ย หรือว่า !?"
"อุกี้ -" สุดท้าย เชอรี่ก็กระโดดเข้าไปแจมในวงของที่กำลังโยนขึ้นกลางอากาศนั่นด้วย -
...............................
"...ไง โมนิก้า" 

"ไง เอเลโม่ ! มาช้าไปนะ ถ้านายมาเร็วกว่านี้อีกนิดก็จะได้เห็นการแสดงของฉัน ..."
"เห็นแล้วล่ะ"
"...โกหกน่า !? ที่ไหน ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ?"
"ตรงโน้นแน่ะ ดูตั้งแต่แรกเลย"
"...งั้นเองเหรอ ไม่รู้ตัวเลยแฮะ" ผมเองไม่ได้คิดจะแอบอะไรเธอหรอก เพียงแต่ที่ๆผมยืนมันค่อนข้างเป็นมุมอับมองเห็นได้ยากหากมองจากตำแหน่งที่โมนิก้าทำการแสดงอยู่


"เพิ่งเคยเห็นการโยนรับที่ใช้ของเยอะขนาดนั้นเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย"
"งั้นเหรอ ? ถ้านายสนุกฉันก็ดีใจแล้วล่ะ"
"วันนี้เป็นสถิติสูงสุดเลยรึเปล่า ?"
"อื-ม เรื่องนั้นเป็นความลับ"
"หรือว่ายังทำได้อีก ?"
" ... เมื่อกี้บอกแล้วไงว่าเป็นความลับ ?"
"นักแสดงเร่น่ะมีหน้าที่โชว์การละเล่นให้คนอื่นดู ไม่ได้มีหน้าที่จะต้องบอกให้ใครต่อใครรู้ว่าตัวเองทำได้แค่ไหนซะหน่อย โอเค  บอกไปอาจจะได้คำชม แต่มันทำให้นายได้ตังค์มั้ยล่ะ"

"เพราะงั้น ถ้าอยากรู้ว่าฉันทำได้มากกว่านี้รึเปล่า ก็อดใจรอดูต่อไปละกันนะ" โมนิก้าพูดจบก็แบมือออกแล้วหันมาทางผม นี่มัน ... เป็นท่าทางเดียวกับเมื่อวันก่อนที่เชอรี่ทำที่หน้าบ้านผมเลย

"จะมาเรียกเก็บค่าชมจากผมรึไง ?"
"หา ? ก็นายดูไปแล้วไม่ใช่เหรอ ?"
"เอ๋ ?"
"การแสดงเมื่อกี้ นายดูตั้งแต่แรกเลยไม่ใช่รึไง ?"
เออว่ะ ...
........................
...........
" ... นี่ เอเลโม่"
"หืม ?"
"ของที่รับมาแล้วครั้งนึง ฉันก็ไม่คิดจะคืนหรอกนะ ..." ในตอนนี้ ที่ยังเหลืออยู่ตรงลานกว้างกลางเมืองก็มีแต่ผม โมนิก้า แฮมแล้วก็เชอรี่เท่านั้น

แต่ไปๆมาๆ เมื่อพาทั้งหมดออกเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ พอรู้ตัวอีกที พวกเรากมาถึงหน้าสถานีรถไฟเสียแล้ว
"ให้มาขนาดนั้น ... ไม่เป็นไรแน่นะ ?"
"อะ อื้อ" ผมเองก็ไม่ได้คิดจะจ่ายให้เธอเยอะขนาดนั้นหรอก แต่ในกระเป๋าสตางค์ตอนนี้มีแต่ธนบัตรไม่มีเศษเงินเลย
" ... ฉันน่าจะ ทอนเงินคืนให้นายสักนิดดีกว่ามั้ย ?"
"มะ มะ ไม่ต้องๆ อุตส่าห์ให้ผมได้ดูของดีขนาดนั้นแล้วนี่นา"
"ถ้างั้น ก็ขอรับไว้ด้วยความขอบคุณเลยนะ" พอได้เห็นโมนิก้ายิ้มออกมาแบบนั้น ผมก็รู้สึกว่าดีแล้วกับเงินที่เสียไป
" ... ว่าแต่เอเลโม่ นายมีธุระอะไรหลังจากนี้มั้ย?" 
"อ๋า ผมเหรอ ? ก็จริงๆแล้วกะว่าจะ -" ตรงนั้นเองที่ทำให้ผมนึกถึงเป้าหมายแรกที่มาหาเธอออก
ผมมาหาโมนิก้าเพราะมีเรื่องอยากจะถามนั่นเอง
" ... ? หน้าฉันมีอะไรติดอยู่งั้นเหรอ?"
"เปล่า ไม่มีอะไร" ต่อหน้าโมนิก้าที่กำลังแปลกใจ ผมหลบสายตาเธอแล้วคิดหาวิธีว่าจะพูดออกไปยังไงดี

( - เดิมที เธอบอกให้ผมจบเรื่องนั้นไปแล้วซะด้วยสิ ...)ถ้ามารื้อฟื้นกันอีก โมนิก้าคงโกรธไม่ใช่เล่น
แต่เอาเถอะ ดีกว่าปล่อยให้ความรู้สึกกระวนกระวายแบบนี้มันเรื้อรังต่อไป -

"จริงๆผมจะมาถามโมนิก้าว่า ..."
" ... อ้าว คนๆนั้น ..."
"หืม มีอะไรเหรอ ?" ช่างเป็นจังหวะที่แย่เสียนี่กระไร อุตส่าห์กำลังจะเข้าเรื่องได้แล้วแท้ๆ แต่ดันมีบุคคลที่ไม่คาดคิดโผล่เข้ามาสอดจนได้
"เดินมาทางนี้ด้วย คงเป็นคนรู้จักของนายสินะ ?"นั่นคือคนที่ผมรู้จักดี ผู้ใหญ่กัสปาเรนั่นเอง
"ไง เอลโม่ มาทำอะไรที่นี่เหรอ ?"
"คุณกัสปาเรล่ะครับ ?"
"อ๋อ วันนี้จะไปธุระที่ต่างเมืองซะหน่อยน่ะ ก็เลยจะมาหาซื้อของฝากติดไม้ติดมือไปด้วย แต่เดินซื้อเพลินจนเกือบบ่ายเลียเนี่ย ฮ่าๆๆ"


"แล้ว ให้เฮเลนอยู่เฝ้าบ้านคนเดียวเหรอครับ ?"
"ใช่ ก็เป็นห่วงอยู่เหมือนกันล่ะนะ" ใช่ ... น่าเป็นห่วงสุดๆ
" ... งั้นขากลับผมแวะดูให้ดีมั้ยครับ ?"
"ไม่ต้องหรอก มื้อเช้ากับกลางวันก็เตรียมให้แล้ว ไม่มีปัญหาอะไรหรอก อ่ะฮ่าๆๆ"คุณกัสปาเระหัวเราะออกมาในขณะที่โมนิก้าซึ่งเงียบอยู่นานก็ถามขึ้นบ้าง
"ท่านนี้คือ ท่านพ่อของเอเลนหรือคะ ?"
"เปล่าๆ ท่านเป็นผู้ใหญ่บ้านของที่นี่ ชื่อคุณกัสปาเร เป็นญาติห่างๆของเฮเลนน่ะ"
"งี้นี่เอง"
"โอ๋ ? เอลโม่ คุณหนูผู้น่ารักคนนี้เป็นใครกันน่ะ ?"
"อ่ะ ขอโทษครับ เด็กคนนี้คือ -"

"นักแสดงเร่ชื่อโมนิก้าค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ"
"โมนิก้า ... เหมือนเป็นชื่อที่เคยได้ยินที่ไหนแฮะ"
"จากเฮเลนรึเปล่าครับ ?"
"โอ้ ใช่ๆ เห็นบอกว่ามีเด็กคนนึงท่าทางเหมือนตัวเองไปเข้าเรียนในห้องด้วยอะไรนี่แหละ ..."
"เหมือนเหรอ? ฉันกับเอเลนเนี่ยนะ ?"
"จะว่าไงดีล่ะ  ถ้าจะเหมือนก็คงเป็นตรงส่วนสูง ...ละมั้ง ... ว้าก - !"
จู่ๆเท้าของผมก็โดนเหยียบเข้าเต็มแรง ... อะไรเนี่ย !?

"ฉันสูงกว่าเด็กคนนั้นย่ะ สูง -กว่า- ใช่- มั้ย ?"
"สูง... ละมั้ง ? ยังไงดีล่ะ ถ้าถอดหมวกแล้ววัดส่วนสูงกัน มันก็ ... โอ๊ยยย !"
ทำไมถึงโดนเหยียบซ้ำอีกฟะ
"หมวกเป็นส่วนหนึ่งของตัวฉันย่ะ เพราะงั้น ถอด - ไม่ - ได้!"

( - ตายละวา ลืมไปว่าแม่นี่คิดมากกับเรื่องส่วนสูง!)
ผมพยักหน้าสุดชีวิตจนในที่สุดเธอก็ยอมให้อภัย ถึงจะบู้ทของเธอจะยังไม่ถูกยกออกจากเท้าของผมก็เถอะ

"แหม่ๆ เป็นแบบนี้ หน้าที่บาทหลวงของเอลโม่คงหมดปัญหาซะทีนะ"
"บาทหลวง ?เอเลโม่ทำหน้าที่เป็นบาทหลวงของเทศกาลซานตารีเคียเหรอ ?"
"อะ อื้อ ก็แค่เตรียมการไว้ก่อนเฉยๆน่ะ ... แต่คงจะเป็นงั้นแหละ"
" ... ถ้างั้น นายมีพาร์ทเนอร์แล้วล่ะสิ ? เป็นใครล่ะ ใช่คนที่ฉันรู้จักรึเปล่า ? หรือจะเป็นเอเลน ?"

"งั้น โคเล็ทเตะเหรอ ? หรือจะเป็น ... คุณหนูซาระ ?"
"เปล่า ... จริงๆแล้วผมยัง ... "ไม่มีพาร์ทเนอร์เลย
"เธอยังไงล่ะ -" ลุงกัสปาเรช่วยตอบแทนให้เสร็จสรรพ
" ... เอ๊ะ ? ฉะ ฉันเหรอคะ ?"
"โอ๊ะ ฉันต้องรีบไปแล้ว เดี๋ยวค่อยเจอกันน่อ"
"เอลโม่ คราวหน้าแนะนำเธอให้รู้จักมากกว่านี้ด้วยล่ะ อ่ะฮ่าๆๆ" สุดท้าย ลุงกัสปาเระก็จากไปขึ้นรถไฟโดยพกเอาความเข้าใจผิดติดตัวไปด้วยจนได้

"ปูรูรู๊ ?" "อุกีกี้ ?" พวกเราที่เหลือกันสองคนได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ ...
( - โมนิก้าเอง จู่ๆได้ยินเรื่องแบบนั้นก็คง ...)ผมคิดว่าเธอคงมีสีหน้าหงุดหงิดไม่น้อย แต่พอลองมองไปดีๆแล้ว -
"...เป็นไปไม่ได้น่า" เธอพูดเบาๆออกมาเพียงคำเดียว

............................
...............

"เฮ้อ สุดท้ายก็ไม่ได้ถามอะไรเลยแฮะ ..." หลังจากคล้อยหลังคุณกัสปาเรไป โมนิก้าก็ ...
"...พวกฉัน เดี๋ยวต้องไปหาที่พักต่อแล้วล่ะ"ว่าแล้วเธอก็จากไปโดยรถม้าที่แฮมลาก

( - ผมน่าจะเรียกให้เธอหยุดก่อนแล้วถามออกไปเลยดีกว่าแฮะ แบบนี้ ...)
ถ้าทำอย่างนั้นแล้ว ไอ้ความรู้สึกค้างคาใจนี่จะได้หายไปเสียที

"เฮ้อ ..." ผมหมดอารมณ์จะทำกล่องบริจาคต่อ เลยหยุดมือไว้แค่นั้น
"ไว้ทำพรุ่งนี้ละกัน" แต่เพราะวันจันทร์มีเรียน กว่าจะได้ทำก็คงตกบ่ายนั่นแหละ แต่พอถึงวันอังคารก็ต้องเตรียมรับมือกับการดวลไพ่อีก เพราะงั้นถ้าทำได้ก็อยากจะให้มันเสร็จๆในวันจันทร์ไปเลย

" ... ถ้าไงตอนนี้ ทำๆให้มันเดินหน้าก่อนก็แล้วกัน" ถึงจะเป็นเวลาดึกแล้ว แต่ผมก็สามารถถือค้อนตอกตะปูได้โดยไม่รบกวนเวลานอนของใคร เพราะเสียงของมันก็ดังไปถึงแค่สุสานเท่านั้น
"ดีละ ลุยเลย" ผมหยิบค้อนมาไว้ในมือและเริ่มลงมือทำงานอีกครั้ง
เพียงแต่ เรื่องที่น่าเสียดายมีเพียงอย่างเดียว ...
ว่าตะปูมันไม่พอเนื่องจากผมตอกเสียเมื่อช่วงเย็นไปซะมาก

"เฮ้อ ... ซวยซ้ำซวยซ้อนซะจริงๆเล้ย ..." ผมหยุดมือแล้วก็ถอนหายใจ จากนั้นจึงพักเหนื่อยด้วยการเอื้อมมือไปหยิบของที่วางไว้บนชั้นหนังสือข้าเตียงมาเปิดออกอ่าน
( - ผู้ส่ง โมนิก้า แลงก์)
ชื่อผู้รับคือผม - เอลโม่ คอสต้า
"ชื่อของเราคือ โมนิก้า แลงก์ บัดนี้ เราต้องการประลองฝีมือกับท่านด้วยเกมเอเรมิต้า ..."

ทำไมยัยนั่นถึงต้องการดวลกับเรานะ ?
แถมด้วยเอเรมิต้าอีกต่างหาก ...
(เดิมที ยัยนั่นมาเพื่อถามข่าวคราวของอัลมานด์นี่นา)และตอนที่พูดเรื่องผู้พิทักษ์สุสานของวันอังคาร ก็ดูเธอจะหวั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด
(เธอต้องรู้อะไรเกี่ยวกับอัลมานด์แน่)

... นอกจากนั้น คงจะรู้ด้วยว่าผมทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สุสาน ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่ถามชนิดเจาะลึกแบบนั้นแน่
ยิ่งคาดเดาด้วยข้อมูลที่มีแบบครึ่งๆกลางๆก็ยิ่งทำให้ผมกระวนกระวายมากขึ้น จนถึงกับไปตามหาเธอถึงตัวเมืองอัลบาโน่ ทั้งๆที่เป็นอย่างนั้น แต่ตอนนี้ผมกลับมีอีกเรื่องที่กังวลยิ่งกว่า -

นั่นก็คือเรื่องที่คุณกัสปาเรพูดออกไป ...

มันกะทันหันเกินไปจริงๆสำหรับการพูดเรื่องพาร์ทเนอร์ต่อหน้าโมนิก้า แต่ยิ่งไปกว่านั้น
คำว่า เป็นไปไม่ได้ ของเธอเนี่ย มันช่างเสียดแทงลึกเข้าไปในใจผมจนยากจะลบเลือนจริงๆ
สู้ให้เธอหัวเราะหรือปฏิเสธพร้อมความโกรธไปเลยยังจะดีซะกว่า

( - ทำไมเธอถึงทำสีหน้าแปลกๆแบบนั้นนะ)... ผมคาใจมาตลอดตั้งแต่ตอนกลับถึงบ้าน
(- มันเหมือนไม่ใช่ความรำคาญใจ แต่เป็นอะไรที่บอกไม่ถูก)
ถ้าจะใกล้เคียง ก็คงเป็นใบหน้าที่ดูเศร้าๆละมัง
ว่าแต่ ...
ทำไมผมต้องรู้สึกเศร้าไปตามเธอด้วยล่ะ ?
หรือว่า ผมกำลังคาดหวังอะไรบางอย่างจากโมนิก้า ?

ก็อก ก็อก

"อ๊ะ ครับ" ผมตกใจกับเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นและขานรับออกไปโดยไม่รู้ตัว
(เวลาป่านนี้เนี่ยนะ) ผมเดินไปเปิดประตูเพื่อจะดูว่าใครมา -
" ... หวัดดี เอเลโม่"โมนิก้า แลงก์คนนั้นมาหาผมที่บ้าน
............................
..........

 

วันจัทร์ที่ 13 มิถุนายน 1904

"... อรุณสวัสดิ์ เอเลโม่นี่ตื่นเช้านะ"
"อะ อรุณสวัสดิ์ โมนิก้าล่ะ ... หลับสบายดีมั้ย ?"
" ... อื้อ ถึงจะเป็นช่วงสั้นๆ แต่การหลับในที่ๆมีการใส่กุญแจนี่สบายใจดีนะ"

เมื่อคืน จู่ๆโมนิก้าก็มาหาผมและขอค้างคืนด้วย สำหรับผมเองก็รู้สึกลังเลเหมือนกันในตอนนั้น
แต่คิดไปคิดมา บ้านผมก็ตั้งอยู่หลังโบสถ์ การจะเมินเฉยต่อคนที่ทุกข์ยากนั้นเป็นเรื่องที่ผมทำไม่ได้จริงๆ เพราะงั้นก็เลยตอบตกลงไป

เธอขอบคุณผม แล้วก็เดินออกไปที่คอกม้า
ถ้าเธอไปหาเจ้าแฮม อีกเดี๋ยวก็คงกลับมา ...
ผมคิดเช่นนั้น แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีวี่แววว่าโมนิก้าจะกลับมาจนรู้สึกเป็นห่วง
ผมจึงตัดสินใจออกไปดูที่คอกม้า

" ... ไม่เป็นไร จะขอใช้อย่างสะอาดสะอ้านที่สุดเลยล่ะ"
"ใช้ที่นี่ก็ได้อยู่หรอก แต่แค่แฮมสินะ หรือว่า เชอรี่ด้วย ?"
"เปล่า ฉันจะขอใช้ที่นี่เองตะหาก" โมนิก้าในชุดนอนตอบผม
"หรือห้ามฉันใช้คนเดียวเหรอ ?" กลายเป็นความเข้าใจผิดไปกันใหญ่

................................
..........
......

"นอนที่คอกม้าไม่เป็นไรแน่นะ ?"
" ... อื้อ ก็ตั้งใจขอแบบนั้นแต่แรกอยู่แล้วนี่นา ?"โมนิก้าตอบผมด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเป็นเรื่องปกติ
"ผมก็นึกว่าจะมาขอค้างในบ้านซะอีก ..."
" ... อา ฉันน่าจะอธิบายก่อนสินะ" ผมเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองคาดหวังอะไรไว้ในใจรึเปล่า แต่พอได้ยินว่าเธอมาขอค้าง ผมก็จัดแจงเตรียมผ้าปูที่นอนผืนใหม่ให้พร้อมกับปัดกวาดเตียงทั้งสองชั้นให้สะอาดเอี่ยมอ่องเลยทีเดียว
"ขอบคุณอีกครั้งนะ ที่ให้ฉันค้างน่ะ"
"อื้อ ไม่เป็นไรหรอก แต่ว่า ..."

"แต่ว่า ? อ้อ ฉันยังไม่ได้บอกเหตุผลที่มาขอค้างที่นี่สินะ" จริงๆผมกะจะถามว่าทำไมถึงเลือกนอนที่คอกม้า แต่เอาเถอะ เหตุผลว่าทำไมเธอถึงมาก็สำคัญเหมือนกัน
"นายยังจำผู้ชาย 2 คนนั้นได้มั้ย ?"
"แน่นอน ที่ผมเจอในเมืองสินะ ?"
"อื้อ ฉันตบตาพวกมันทำทีว่าเดินทางออกจากอาเลบาโน่ไปยังเมืองอื่นแล้วน่ะ"
"จริงๆแล้วฉันปล่อยให้พวกนั้นสะกดรอยตามมาจนถึงทางสามแพร่ง...แล้วหนีมาน่ะ"
"ถ้าทำแบบนั้น ป่านนี้พวกมันคงสับสนจนเลือกไปตามหาฉันที่เมืองอื่นแล้วล่ะ"
"แน่ใจว่าดูดีแล้วนะ ?"

"อื้อ ... แต่เมื่อวานตอนเย็น ดูเหมือนพวกนั้นจะย้อนกลับมาที่อาเลบาโน่แล้วล่ะ"
"โดนพบตัวแล้วเหรอ ?"
"ยังหรอก เพราะฉันไหวตัวทันก่อนน่ะ ... แต่ถ้าอยู่เมืองนี้ต่อไปก็อาจจะถูกเจอตัวเข้าสักวัน เลยตั้งใจจะมาขอพึ่งนายน่ะ"
"แบบนี้นี่เอง เข้าใจแล้วล่ะ" ผมจัดถังน้ำใบใหม่พร้อมกับผ้าขนหนูให้โมนิก้าและถามว่าต้องการอะไรเพิ่มอีกมั้ย
" ... คือ ก่อนหน้านั้น ช่วยฟังคำถามของฉันก่อนได้มั้ย ?"
"อะไรล่ะ ?"

"ค่าที่พัก ... ต้องจ่ายเท่าไหร่ล่ะ ?"
"ไม่เห็นต้องจ่ายเลยนี่"
"ไม่ได้ๆ คราวนี้ไม่ยอมแล้วนะ" รู้สึกว่าตอนที่เธอมาบ้านครั้งแรกก็พูดเรื่องทำนองนี้เหมือนกัน
"เธอไม่ได้เข้ามาค้างในบ้านผม ผมไม่จำเป็นต้องเก็บเงินหรอก"
"แต่ก็นายเป็นเจ้าของที่พัก ก็มีสิทธิ์จะเก็บเงินไม่ใช่รึไง ?"

"ขอสละสิทธิ์ บอกว่าไม่เอาก็คือไม่เอาสิ"
"...เฮ้อ เป็นคนหัวแข็งจังนะ ลงเป็นแบบนี้ ถึงจะเล็กน้อย แต่ยังไงฉันก็จะทำให้นายยอมเก็บเงินให้ได้เลย"
... หัวแข็งตรงไหนวะชั้น ?
"ฟังนะ เอเลโม่ จำเรื่องเมื่อวานได้มั้ย ?"
"เมื่อวาน นายจ่ายค่าชมการแสดงของฉันในราคาที่สูงมาก ค่าที่พักแค่นี้ ฉันมีจ่ายสบายน่า"
" ... ไม่คิดจะเอาเงินคืนสักหน่อยเหรอ ?"

จริงอยู่ว่าผมให้เธอไปเพราะไม่มีเศษเงิน
แต่ตอนนั้นกับตอนนี้มันคนละเรื่องกัน


"นั่นมันค่าชมการแสดงที่จ่ายให้โมนิก้า ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่พักนี่"
"อุ... นี่กะว่าให้ตายก็จะไม่เอาคืนเลยใช่มั้ย ?"
ผมถอนหายใจแล้วถามเธอคืน
"งั้นถามกลับ ... ทำไมเธอถึงอยากจ่ายเงินผมให้ขนาดนั้นล่ะ ?"
"...ก็มัน ดูไม่ดีนี่นา ..."
"ถ้าคิดว่ามันไม่ดีก็คิดใหม่ซะสิ"
"คิดอะไรใหม่ล่ะ ?"
"อย่างเช่น ไม่ต้องไปนอนค้างในคอกม้า แบบนี้น่ะ?"
"ทำไมล่ะ ?"
"อ้าว ก็ลองมองในฐานะเจ้าของบ้านอย่างผมสิ ให้คนอย่างโมนิก้าไปนอนในคอกม้าแบบนี้มันสมควรที่ไหน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เธอมาค้างในบ้านมากกว่านะ"
"เรื่องนั้น ..."
"ถ้าเธอมาค้างคืนในบ้านแล้วยังยืนกรานคำเดิมอีก ... ถึงตอนนั้นผมก็จะไม่ว่าอะไรแล้วล่ะ"
"แต่ฉันเป็นห่วงนี่นา ..."
"เรื่องอะไรล่ะ ?"
"ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเชอรี่ล่ะก็ ..."โมนิก้ามองเพื่อนตัวน้อยของเธออย่างกังวลใจ
( - งั้นสินะ เหตุผลที่เธอมานี่แต่แรกก็คือ ...)


เพื่อจะซ่อนตัวจาก 2 คนนั้น ถึงจะมาอยู่ที่หมู่บ้านเนมิซึ่งห่างจากตัวเมือง แต่ก็ใช่ว่าจะสบายใจได้สินะ
"ขอโทษนะ ผมน่าจะรู้ตัวเร็วกว่านี้"
"ไม่เป็นไรหรอก ... ฉันเองก็อธิบายช้าไป...ด้วยแหละ"
"อุกีกี้ " เชอรี่พยายามยกมือขึ้นแล้วพูดอะไรบางอย่างกับโมนิก้า
"...คืนดีอะไรกัน ไม่ได้ทะเลาะกันซักหน่อยนะ"
"อุกีกีกี้"
"อะไรอีกล่ะ ?"
"อุกีกีกี้ ?"
"นี่ไม่ใช่เรื่องได้เสียซะหน่อย! เพราะงั้น -"
"ขอโทษนะ โมนิก้า แล้วก็แฮมกับเชอรี่ด้วย" ผมก้มศีรษะให้กับทั้งสาม

"อาจจะไม่ใช่เรื่องที่น่าขอโทษ แต่ขอให้ทุกคนอยู่ที่นี่อย่างสบายใจจนกว่าจะปลอดภัยเถอะนะ
แล้วกลางค่ำกลางคืน ถ้ายังกังวลใจอยู่ล่ะก็ ผมจะออกไปตรวจตรารอบๆให้ แน่นอนว่าไม่เก็บเงินด้วย"
"ดะ เดี๋ยวสิ ! นายทำให้พวกเราขนาดนั้นแต่ไม่รับเงินสักแดงแบบนี้ฉันทนไม่ได้หรอกนะ"
"ถ้างั้น ... ขอเป็นแบบอื่นได้มั้ยล่ะ ?เป็นต้นว่า ร่างกายไง "
"ระ ร่างกาย !?"


"อุกีกี้!?"โมนิก้ากับเชอรี่ต่างยืนตัวแข็งทื่อ
"อ๊ะ ยะ อย่าเข้าใจผิดนะ ไม่ได้หมายความว่างั้น ! หมายถึงให้ช่วยทำงานน่ะ อย่างช่วยเตรียมงานเทศกาลแบบเนี้ยน่ะ!"
"ถ้า ...ถ้าเรื่องนั้นล่ะก็"
- ด้วยเหตุนี้ บ้านผมจึงมีโอกาสได้ต้อนรับพวกโมนิก้าในฐานะอาคันตุกะอย่างเป็นทางการ
ถึงจะบอกว่าขอแค่ให้ช่วยงาน แต่ดูเหมือนโมนิก้าจะจริงจังกับหน้าที่ที่ได้รับมาก
"ไปตั้งกล่องนั่นสินะ ? แล้วของที่ต้องขนอย่างอื่นล่ะ?"
"ตอนนี้มีเท่านี้แหละ"
"ตั้งที่ลานกว้างหน้าหมู่บ้านกับสถานที่จัดงานสินะ ? แล้วจะไปที่ไหนก่อนดีล่ะ ?"
"ลานกว้างหน้าหมู่บ้านก่อนดีมั้ย ?"
"โอเค งั้นแฮม ฝากด้วยนะ ! ส่วนเชอรี่ คอยดูหลังไว้ล่ะ !"

"บูรูรูรู๊-"
"อุกี้ -"โมนิก้ายกกล่องใส่รถม้าแล้วออกเดินทาง ถือเป็นโชคดีของผมที่สามารถจบการขนส่งได้ในเที่ยวเดียว แถมยังได้โมนิก้ามาเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับสถานที่สำหรับตั้งกล่องบริจาคด้วย ถือว่าช่วยผมได้มากทีเดียว

"วันนี้ขอบใจมากนะ"
"ช่างเถอะ เรื่องแค่นี้มาขอบอกขอบใจกันฉันก็แย่สิ"
"แค่นี้อะไรกัน ... ช่วยได้มากเลยต่างหาก" เพื่อแทนคำขอบคุณ อาหารเย็นมื้อนี้ผมจะเตรียมอย่างสุดฝีมือเลย
"...นี่มัน ... มิโมซ่า สลัดเหรอ"
"อื้อ หรือว่าเธอไม่ชอบล่ะ ?"
"เปล่าเลย นี่แหละของชอบของฉัน"
"งั้นเหรอ ? ถ้าไง แบ่งส่วนของผมไปมั้ย ?"
"มะ ไม่เอาน่า ฉันไม่ได้เห็นแก่กินขนาดนั้นซะหน่อย"
"ไม่ต้องเกรงใจหรอก ถ้ายังไม่เบื่อ พรุ่งนี้ผมทำให้อีกก็ได้"

" ... จริงเหรอ ?"
"แน่นอน" ก็ใบหน้าของโมนิก้าเวลาทานสลัดมันดูมีความสุขออกขนาดนั้นนี่นา แต่ถึงอย่งนั้นก็ยังมีบางเวลาที่สายตาของโมนิก้าจับจ้องอยู่แต่กับคอกม้าข้างนอก
"เป็นห่วงแฮมกับเชอรี่เหรอ ?"
"อื้อ นิดหน่อยน่ะ"
"ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้ามีอะไรเธอก็บอกให้เด็กพวกนั้นส่งเสียงร้องดังๆแล้วไม่ใช่เหรอ ..."
"ก็ใช่อยู่หรอก ... แต่ฉันน่ะ พอถึงเวลาสบายใจแบบนี้แล้วมัน ..."
"... ไม่เป็นไร ถ้าเป็นห่วงล่ะก็ ยกนี่ออกไปทานที่คอกม้าก็ได้นะ"
"เอ๊ะ ?"
"ไปทานกับพวกเชอรี่ไง"
"แต่ถ้างั้น นายก็จะต้องทานคนเดียวน่ะสิ?"
"เอาน่า เดิมทีผมก็อยู่คนเดียวอยู่แล้ว"

"อืม ..." โมนิกายังคงไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ เธอหยิบจานแล้วลุกขึ้นยืนเงียบๆ
"ไปดีมาดีนะ"
"...ขอบใจ" ผมเดินไปส่งเธอถึงหน้าประตูแล้วถามเธอ
"...คือว่า วันนี้ โมนิก้าจะค้างที่นี่รึเปล่า ?"
"อะ อื้อ ตั้งใจไว้ว่ายังงั้นน่ะ..."
"งั้นเหรอ ถ้างั้น ผมมีเรื่องอยากถามเรื่องนึงน่ะ"
"อะไรล่ะ ?"
"ระหว่างเตียงบนกับเตียงล่าง ชอบนอนเตียงไหนเหรอ ?" เมื่อคืน ผมเพิ่งเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่ให้เธอ
สมมติถ้าเธอเลือกข้างล่าง ผมก็จะเปลี่ยนเอาผืนใหม่ไปเปลี่ยนกับเตียงบนให้
"ยะ อย่ามาล้อเล่นนะ !"
เพี๊ยะ !
ทำไมผมถึงต้องถูกตบแบบนี้นะ

(To be continued)

Comment

Comment:

Tweet


Der Kaiser
View full profile