2006/Jun/07

หลังจากวันที่ฝนตก โมโตกิก็ได้เข้าไปยังนิวาสถานของอาซาฮิเพื่อพูดคุยเรื่องของการขุดคูคลองและการสร้างเขื่อนโมโตกิบรรยายแผนการของเขาให้ฟังตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกทำเลที่จะขุดคูคลอง อาซาฮิถามว่าเลือกทำเลทำไม โมโตกิได้อธิบายว่าน้ำจะไหลจากที่สูงลงที่ต่ำโดยธรรมชาติอยู่แล้ว หากพื้นที่ไม่ใช่ที่ลาดคงสร้างทางให้น้ำไหลไม่ได้โมโตกิอธิบายความคิดของเขาให้ฟังจนอาซาฮิเข้าใจ เพียงแต่คำที่โมโตกิใช้บางคำนั้น ทำให้อาซาฮิไม่เข้าใจเอามากๆเช่นคำว่า Team ซึ่งนั่นก็ไม่แปลกครับ เพราะยุคสมัยของอาซาฮินั้นภาษาอังกฤษยังไม่เข้ามาในญี่ปุ่นเลย อีกปัญหาใหญ่ที่โมโตกิกังวลอยู่ลึกๆก็คือ การสรางคลองครั้งนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ 3 ปีถึงจะแล้วเสร็จซึ่งเขาไม่รู้ว่าตัวเขาจะอยู่ได้ถึงตอนนั้นรึเปล่า อาซาฮิเองฟังแล้วก็เศร้าๆเหมือนไม่อยากให้เขาไป แต่ท้ายที่สุดก็ขอได้เพียงแค่ให้เขาช่วยงานตราบเท่าที่ยังอยู่ในหมู่บ้านมิยาไอก็แล้วกัน หลังจากนั้นโมโตกิก็ออกไปปรึกษาชาวบ้านคนหนึ่งชื่อ มาซาชิ ซึ่งชายคนนี้ แท้จริงแล้วก็คือ บรรพบุรุษของฮานาดะ เพื่อนของเขานั่นเอง ชายคนนี้เป็นคนที่มีความรู้และเป็นคนเดียวในหมู่บ้านที่สามารถอ่านออกเขียนได้ อาซาฮิจึงให้โมโตกิมาหาเขาและเริ่มทำแผนที่การก่อสร้างตามแบบแผนที่ในยุคปัจจุบัน แต่ปัญหาก็ยังคงมีมาอีกเมื่อมาซาชิอ่านอักษรฮิรางานะไม่ออก โมโตกิเพิ่งรู้ตัวว่ายุคที่เขาอยู่นี้ อักษรฮิรางานะยังไม่ถือกำเนิดด้วยซ้ำไปแต่จนแล้วจนรอด เขาก็พยายามทำแผนที่ต่อไปโดยการเปลี่ยนมาใช้คันจิแทนพร้อมกับเป็นครูสอนหนังสือให้มาซาชิด้วย ในซีนนี้มีเรื่องขำยู๋นิดๆคือ ตอนที่โมโตกิเอาแปลนโครงการไปรายงานต่ออาซาฮินั้นเธออ่านหนังสือไม่ออกล่ะครับ เหอๆ

 

เรื่องราวของมิโกะคนต่อไปที่โมโตกิได้พบก็คือ โคฮาคุในอดีตชาติ เขาพบเธอที่ศาลเจ้าและได้พูดคุยกันเรื่องของอาซาฮิ โคฮาคุยอมรับตามตรงว่าเธอเสียดายมากที่ความอ่อนโยนและความเมตตาของอาซาฮิไม่สามารถสื่อไปถึงใจของชาวบ้านได้ พร้อมกันนั้นก็ถามว่าโมโตกิมาที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่ออะไร โมโตกิตอบเพียงว่า เขาถูกใจหมู่บ้านนี้ก็เท่านั้นเอง โคฮาคุไม่ถามอะไรต่อและพาโมโตกิไปยังที่นาของเธอ ที่นั่น โมโตกิได้รู้จักโคฮาคุ มิโกะสาวผู้ด้านชาในอีกมุมหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้ โคฮาคุเป็นคนที่อ่อนโยนกับธรรมชาติมาก เธอบรรจงสัมผัสพื้นดินอย่างนิ่มนวลราวกับว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต ก็ไม่ปาน เขาชักถูกใจและตัดสินใจมาทำงานช่วยโคฮาคุด้วย ส่วนงานที่นาของนากินั้น นากิบอกว่าไม่ต้องห่วง เขาทำเองได้

 

ชีวิตอันปกติสุขมีอยู่ได้ไม่นาน หมู่บ้านก็ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูรอบข้างอีกครั้ง เช่นเดิม โมโตกิออกสู้รบเพื่อปกป้องหมู่บ้านอย่างเอาเป็นเอาตาย เพียงแต่ครั้งนี้ ได้มีโศกนาฏกรรมที่นำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตขึ้นมาอย่างหนึ่งระหว่างการรบ นั่นก็คือโคฮาคุซึ่งถือดาบศักดิ์สิทธิ์ออกไปรับมือกับศัตรูได้เกิดบ้าคลั่งจนควบคุมตนเองไม่ได้และสังหารชาวบ้านฝ่ายตนเองที่มาร่วมรบไปหลายศพ ถึงแม้ว่าจะชนะ แต่ในเช้าวันรุ่งขึ้น เสียงร้องไห้ของเหล่าเด็กๆที่ต้องสูญเสียผู้นำครอบครัวไปก็ดังขึ้นระงม โมโตกิออกตามหาโคฮาคุเพื่อจะให้กำลังใจเธอ เขาตามหาเธอไปจนพบโคฮาคุในไร่นาของเธอเอง ที่นั่น ทั้งสองโต้เถียงกันถึงเรื่องเมื่อคืน โดยโคฮาคุบอกว่าหากไม่มีเธอ หมู่บ้านนี้ก็จะต้องถูกศัตรูทำลาย แต่โมโตกิกลับบอกว่า โคฮาคุไม่ได้สู้เพียงลำพังไม่ใช่เหรอ ถ้าโคฮาคุออกไปสู้คนเดียวก็คงทำอะไรไม่ได้หรอก ขอให้โคฮาคุเชื่อมั่นในชาวบ้านที่ไปร่วมรบด้วย แล้วพวกเขาเหล่านั้นก็จะเชื่อใจโคฮาคุเอง โคฮาคุค่อยใจชื้นขึ้นจึงชวนโมโตกิลงไปตักน้ำที่หมู่บ้านด้วยกัน ก่อนหน้านั้นเธอยังได้เล่าด้วยว่าเธอกำลังพยายามปลูกข้าวสาลีอยู่ ซึ่งถ้าสำเร็จจะช่วยเรื่องปากท้องของชาวบ้านที่นี่ได้อีกแต่ที่แม่น้ำก็ต้องพบกับคำว่าร้ายจากชาวบ้านต่างๆนาๆ แต่โคฮาคุพยายามไม่สนใจและกลับนาของเธอไป และในคืนนั้น ก็เกิดศึกขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โคฮาคุยังคงออกศึกเช่นเดิมและประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอย แต่โมโตกิยื่นมือเข้ามาช่วยไว้ทัน โคฮาคุสั่งให้ชาวบ้านคนอื่นๆรีบหนีไปเสีย ส่วนตัวเธอนั้นก็อยู่ในอาการบาดเจ็บ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ โมโตกิรวบรวมความกล้าหยิบดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มนั้นขึ้นมาใช้ และด้วยความมุ่งมั่นของเขากับโคฮาคุ ดาบก็สามารถแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้เป็นพลังที่มีไว้ใช้ปกป้อง ไม่ใช่เพื่อการฆ่าฟัน นี่คือเคล็ดวิชาของการใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ที่โคฮาคุสามารถค้นพบด้วยความช่วยเหลือของโมโตกิ หมู่บ้านรอดพ้นวิกฤติและชาวบ้านต่างก็ยกย่องให้โคฮาคุเป็นเทพพิทักษ์ประจำหมู่บ้านในที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

วันแห่งความสงบสุขกลับมาอีกครั้ง โมโตกิยังคงรับหน้าที่ไปวางแผนงานโครงการขุดคลองเช่นเดิม เพียงแต่ วันนี้เท่านั้นที่รู้สึกว่าเขาจะเซ่อซ่าจนหลงป่า โมโตกิเดินหลงป่าจนกระทั่งไปโผล่ยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง โชคยังดีที่หมู่บ้านนี้กำลังมีพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่ต้องให้นักเดินทางเข้ามาร่วมพิธี ดังนั้นโมโตกิจึงได้รับการต้อนรับอย่างดี เขาได้ที่พักจากความอนุเคราะห์ของชายที่ชื่อ ทาเคกิ(ในเกมจะใช้ฉากภายในของศาลเจ้าคุซาคาเบะครับ จึงพอเดาๆได้ว่า เขาน่าจะพักที่ศาลเจ้าของหมู่บ้านนั้น) แต่โชคของโมโตกิไม่ได้ดีนักเมื่อเกิดไฟไหม้ในคืนที่เขาเข้าพัก เขาโชคดีที่ทาเคกิช่วยเขาออกมาได้และให้ไปอยู่ที่บ้านร้างนอกหมู่บ้าน และที่นั่นเอง เขาได้พบกับสาวน้อยคนหนึ่งซึ่งก็คือฮซาเนะในอดีตชาติ เพียงแต่สาวน้อยคนนี้ไม่พูดอะไรกับเขาเลยแม้แต่คำเดียว แถมเธอยังตามเขาไปยังบ้านร้างหลังนั้นและอาศัยอยู่กับเขาเสียด้วย ซึ่งเมื่อทาเคกินำอาหารมาให้เขาในตอนเช้า เขาได้ถามโมโตกิถึงเรื่องไฟไหม้เมื่อคืนก่อนว่าเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งบ้างไหม เธอหายไปจากบ้านหลังไฟไหม้น่ะขอรับ โมโตกิโกหกว่าเขาไม่เห็นเด็กสาวที่ไหนเลย ทาเคกิจึงขอบคุณและขอความร่วมมือส่งตัวเธอคืนเขาด้วยหากได้พบเธอ และเมื่อทาเคกิจากไป โมโตกิจึงให้ฮิซาเนะออกมาจากที่ซ่อน ชีวิตของทั้งคู่ดำเนินไปด้วยกันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่อาจทราบได้ โมโตกิออกไปหาปลาตามริมน้ำฮิซาเนะก็กระโจนลงน้ำเลียนแบบโมโตกิจนทำให้เขาต้องอุ้มเธอไปนั่งที่ริมแม่น้ำด้วยกลัวจะหวัดกิน ชีวิตของเขากับเธอสนุกสนานขึ้นทุกวัน

 

ต่อมา โมโตกิกลับไปยังที่พักของเขาซึ่งถูกไฟไหม้ไป เขาไม่ได้พบกับทาเคกิแต่ได้พูดคุยกับชาวบ้านคนอื่นๆแทน โชคดีที่ไฟไหม้สร้างความเสียหายไม่ยากเกินจะบูรณะ และทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากที่ไหนสักแห่งในศาลเจ้านั้น โมโตกิเดินตามเสียงนั้นไปจนพบกับห้องมืดๆแคบๆห้องหนึ่งซึ่งภายในมีเด็กๆซึ่งมีสภาพไร้อารมณ์ไม่ต่างจากฮิซาเนะอยู่อีกหลายคน ชาวบ้านที่นี่เรียกเด็กเหล่านี้ว่าเป็นเหล่าเด็กผู้ไร้วิญญาณ ซึ่งเด็กเหล่านี้จะถูกนำมากักขังไว้ในห้องนี้รวมกันตั้งแต่เกิดโดยเลี้ยงดูโดยไม่ให้เกิดอารมณ์ใดๆเพื่อเป็นเครื่องบูชาแก่เทพเจ้า ซึ่งในจำนวนนั้น มีลูกสาวของทาเคกิรวมอยู่ด้วย ไม่ใช่ใครอื่นครับ ก็คือเด็กสาวคนที่แอบหนีไปจากห้องนี้ตอนไฟไห้ ฮิซาเนะนั่นเอง โมโตกิที่ได้รับรู้เรื่องราวต่างๆจึงหวังที่จะพาฮิซาเนะไปหาอาซาฮิ ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนเขาชอบหาเหาใส่หัวให้อาซาฮิก็ตาม(ก่อนหน้านี้ เขาก็เคยคิดจะเอาฮิซาเนะไปพึ่งอาซาฮิอยู่เหมือนกัน แต่เพราะเคยขอให้อาซาฮิช่วยอากาเนะไปทีนึงแล้วเลยไม่อยากรบกวนเธออีก)แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ทำตามที่คิดฮิซาเนะก็ปรากฏตัวขึ้น อย่างที่โมโตกิคิด นอกจากยามหลับแล้วเธอติดเขาแจ พอตื่นมาไม่พบตัวเขาก็เลยตามหาจนมาถึงที่นี่เธอตามโมโตกิมาเพราะเธอติดเขามากและไม่ต้องการอยู่ห่างจากเขา ชาวบ้านที่เห็นฮิซาเนะต่างพยายามจะจับกุมเธอและจะทำร้ายโมโตกิในข้อหาลักพาตัวฮิซาเนะ

 

-ในBad End ฮิซาเนะจะเข้ามากันหอกให้โมโตกิจนตนเองเสียชีวิต

 

และทันทีที่ฮิซาเนะเห็นโมโตกิถูกควบคุมตัวเธอก็พลันเปล่งเสียงออกมาเป็นครั้งแรกในชีวิตว่าอา ทั้งๆที่เธอไม่มีอารมณ์และความรู้สึกใดๆตั้งแต่เกิด แต่กลับสามารถเปล่งเสียงออกมาได้ ชาวบ้านทุกคนต่างพูดเป็นคำเดียวกันว่าปาฏิหาริย์ โชคของโมโตกิยังถือว่าดีเมื่ออาซาฮิตามมาช่วยเขาทันพร้อมทั้งรับตัวฮิซาเนะไปดูแล ซึ่งในการดูแลฮิซาเนะนั้น เธอจะให้มิโกะทั้งสามคนอันได้แก่ อากาเนะ โคฮาคุ และนัทสึกิช่วยสอนการพูดให้ แม้ว่าจะยังฮิซาเนะจะยังพูดได้ไม่มาก แต่เธอก็ถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อโมโตกิด้วยการร้อยมาลัยดอกไม้มาให้เขา

 

 

 

เรื่องราวของมิโกะทั้ง 4 ในอดีตชาติจบลงได้ด้วยดี ชีวิตของโมโตกิผ่านไป2-3เดือนที่มิยาไอนี้และแล้วก็ถึงวันงานเทศกาลของคนในหมู่บ้าน ทั้งนากิและมิโกะทั้ง 4 คนได้ออกไปเที่ยวงานอย่างสนุกสนาน มีเพียงอาซาฮิเท่านั้นที่บอกว่าตนเองติดธุระ มาไม่ได้ โมโตกิไม่พอใจมากที่อาซาฮิไม่เคยใส่ใจกับความสุขของตนเอง เขาแยกตัวจากนากิโดยอ้างว่ามีธุระแล้วมุ่งหน้าไปยังศาลเจ้าโดยหวังว่า หากเขาออกปากชวน อาซาฮิคงจะมาด้วย ที่นั่นเขาพบอาซาฮิยืนอยู่เพียงลำพังในเขตศาลเจ้า โมโตกิไม่เห็นว่าเธอจะมีธุระอะไรตรงไหน เขาเข้าไปชวนอาซาฮิแต่ก็ถูกปฏิเสธ โมโตกิพยายามจนแทบจะกลายเป็นการบังคับให้อาซาฮิไปกับเขาเสียด้วยซ้ำครับ เพราะเขาถึงขั้นจับไม้จับมือของเธอเพื่อที่จะลากอาซาฮิไปเที่ยวงานให้ได้จนอาซาฮิโกรธและขอให้เขาปล่อยมือจากเธอเสีย โมโตกิยอมแพ้และกลับไป ซึ่งนากิเองก็พอจะเดาออกว่าโมโตกิไปหาอาซาฮิมา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกันมาก โมโตกิเองจึงเกิดความรู้สึกสงสัยถึงเรื่องของสัญญาที่อาซาฮิเคยบอกเขาเอาไว้ว่า มันคืออะไรที่ทำให้อาซาฮิยอมทุ่มทั้งชีวิตเพื่อมันขนาดนี้ งานรื่นเริงของหมู่บ้านยังคงดำเนินต่อไปโดยที่ไม่มีอาซาฮิ และตัวเธอเองก็คงไม่รู้ว่า ต่อจากนี้ไป เธอจะไม่มีวันได้สัมผัสความรื่นเริงของงานเทศกาลนี้อีกแล้ว........(โปรดติดตามตอนสุดท้าย พรุ่งนี้ครับ)

edit @ 22 Jul 2009 00:10:28 by Der Kaiser

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โอ เจอบล็อคโมเอะ ๆ แล้ว ต้องขอ add ไว้ครับ
Hot!
#1  by  tobiasguild At 2009-02-01 07:55, 

<< Home


Der Kaiser
View full profile