2011/Dec/27

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกท่านทั้งหลาย วันนี้ผมขออนุญาตเปลี่ยนบรรยากาศของ Entry กันซักนิดเพราะในวันนี้กระผมจะขอพาทุกๆท่านไปเที่ยวชมภาพบรรยากาศงานการ์ตูนที่เพิ่งจัดขึ้นเมื่อวันคริสมาสที่ผ่านมา โดยงานนี้มีชื่อว่างาน Comic Extend ครับ ซึ่งจัดกันที่โรงพยาบาลเซ็นหลุยส์นั่นเอง กิจกรรมภายในงานก็มีอะไรที่น่าสนใจหลายอย่างทีเดียว อาทิเช่น การแสดงละครเวทีคอสเพลย์ การเล่นเกมชิงของรางวัลต่างๆซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นแรร์ไอเท็มจากการ์ตูนเรื่องดัง หรือแม้กระทั้งคอนเสิร์ตจากเหล่าคนการ์ตูนที่มีความสามารถทางดนตรีต่างๆมาร่วมเล่นเพลงการ์ตูนกัน เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าคนการ์ตูนที่ต้องการหาที่เที่ยวในวันพิเศษอย่างวันคริสมาสต์ทั้งสิ้นทีเดียว

ซึ่งภายในงานนี้เอง ผมก็ถูกทาบทามให้เข้าไปร่วมจัดซุ้มด้วยเช่นกัน ซึ่งซุ้มดังกล่าวนี้เป็นซุ้มพิเศษที่ทางทีมงานต้องการจัดขึ้นเพื่อดึงดูดเหล่านักรักของสะสมจากอนิเมให้เข้ามาในงานเยอะๆเพื่อไว้ใช้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆในการสะสม Anime Items ของคนคอเดียวกันขึ้นมาภายในงาน ซึ่งถ้าจะให้พูดอย่างตรงไปตรงมาก็คือ “ซุ้มโชว์ของสะสม” นั่นเองครับ

มาถึงตรงนี้ หลังจากที่ตัวผมเองได้ลองค้นหาภาพกิจกรรมภายในตัวงานตามบล็อกต่างๆเเล้ว ผมพบว่าส่วนใหญ่เเล้วตากล้องไม่ค่อยได้ขึ้นมาถ่ายบรรยากาศงานข้างบนเลย เพราะส่วนมากเหล่าเลเยอร์คอสเพลย์จะเล่นกันอยู่ข้างล่างกันเกือบหมด จึงทำให้ตากล้องต่างๆไม่ค่อยได้ขึ้นมาถ่ายภาพภายในงานมากนักเพราะต้องคอยเฝ้าถ่ายภาพนักคอสอยู่เเต่ข้างล่างนั่นเอง ซึ่งผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอยู่เหมือนกันที่ภาพบรรยากาศเเสนสนุกภายในตัวงานไม่ค่อยได้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านภาพถ่ายเสียเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงขอขันอาสาเป็นผู้พาเที่ยวชมงานครั้งนี้ผ่านภาพถ่ายที่ผมได้ตระเวนถ่ายมารอบงานเเล้วกันนะครับ
 
เเต่ก่อนจะไปเริ่มเดินเที่ยวทั่วงาน ผมขอพาทุกท่านไปเที่ยวชมซุ้มของสะสมกันก่อนเลยดีกว่าครับ
 
 
 
ลองไปชมกันได้เลยครับว่าที่ซุ้มของสะสมแห่งนี้ มีของอะไรมั้งที่อยู่ในความสนใจของท่านกันบ้างครับ

 
เริ่มกันจากที่หัวบูทกันเลย

ตรงหัวบูทจะเป็นของสะสม Precure ที่ผมนำมาจากบ้านเพื่อมาจัดให้กับบูทโดยเฉพาะเลยครับ


ผมขนออกมาเป็นกองทัพเลย รวมเบ็ดเสร็จทั้งหมด 22 ตัวครับ





นอกจากฟิกเกอร์และตุ๊กตา Precure แล้ว ผมก็ยังนำคอเล็คชั่นการ์ดของเรื่องนี้ที่สู้อุตส่าห์เก็บมานานหลายปีใส่แฟ้มสวยๆมาโชว์ด้วย

ถ้านับรวมหมดแฟ้มนั่นก็หลายร้อยใบทีเดียว

ข้างในก็จะเป็นการ์ดสวยๆประมาณนี้ครับ



 
ถัดมาจากโซนของสะสม Precure ของผมก็จะเป็นของสะสมจากโซนอนิเมและเกมสาวน้อยครับ


จากภาพส่วนใหญ่แล้วจะเน้นของสะสมที่เป็นแผ่นบลูเรย์แท้ทั้งหมด ซึ่งก็มาจากนิเมเรื่องดังอย่าง Bakemonogatari และเรื่อง "น้องสาวของผมไม่น่ารัก" นั่นเอง นอกจากนี้ก็ยังมีคอมมิคญี่ปุ่นจากเรื่อง Shukufuku no Campanella อีกด้วยครับ


ถัดมาอีกหน่อยก็จะเป็นโซนสินค่าจำพวกอาร์ตบุคและแผ่นบลูเรย์จากอนิเมและเกมเรื่องดังทั้งหลาย อย่างเช่น Shakugan no Shana และ Touhou เป็นต้น




คัดแผ่นบลูเรย์อนิเมแท้ที่มีผู้จัดจำหน่ายค่ายเดียวกันมาวางรวมเพื่อถ่ายรูปไว้ซักหน่อยดีกว่า

สองเรื่องนี้มีบริษัทจัดจำหน่ายเดียวกันคือบริษัท Aniplex ครับ หาซื้อได้ตามคลองถมเซ็นเตอร์ราคา 3 แผ่นร้อย แต่ถ้าซื้อครบชุดลดให้ 10 บาท

ส่วนอันนี้ก็เป็นแผ่นบลูเรย์ Precure All Stars Dance Live 3D ครับ เอามาถ่ายคู่กับแผ่นบลูเรย์น้องงูซักหน่อย

ดูๆไปแล้วแผ่นแพคเกจสาวๆพรีเคียวสวยกว่าแฮะ แผ่นบลูเรย์น้องงูดูหมองไปเลย

ส่วนนี่ก็เอาตุ๊กตา Cure Passion มาถ่ายคู่กับน้องงูนาเดโกะซักหน่อย

น้องงูก็ดูหมองลงไปอีกแล้ว สงสารน้องงูนาเดโกะจัง

 
ซึ่งถ้าถามว่ามีคนสนใจมาชมบูทแห่งนี้บ้างมั้ย กระผมก็ต้องบอกอย่างภาคภูมิใจเลยครับว่า “มีเยอะ” ทีเดียว

จากภาพจะเห็นได้ว่ามีคนมาออดูของอยู่เต็มหน้าบูทเลยล่ะ

ส่วนนี่ก็เป็นภาพของผู้ที่สนใจในตัวบูทมากถึงขนาดมาขอให้ผมถ่ายรูปตัวเขาคู่กับบูทให้ครับ

ดูท่าทางแกมีความสุขทีเดียวที่ได้มาถ่ายรูปคู่กับบูทของสะสม



ถ่ายรูปบูทกันมากพอแล้ว ทีนี้กระผมขอพาทุกท่านไปชมบรรยากาศงานโดยรวมดูบ้างดีกว่าครับ


เริ่มจากนี่เลย
 
ซุ้มจับฉลากแจกของที่เอาพระแม่มาโดกะมาใส่แว่นดำเพื่อใช้เป็นพรีเซนเตอร์เรียกคนมาร่วมกิจกรรมประจำซุ้ม


 
 
ซุ้มคาราโอเกะที่เปิดให้เหล่าชาวการ์ตูนที่มาเที่ยวงานได้ระเบิดพลังเสียงของตนเอง





 
 
ซุ้มการ์ดเกมที่มีไว้เพื่อจัด “ฟอร์จูน คัพ” ของเหล่านักดวลไพ่ที่มีโชตชะตาต้องมาพบเจอกันในงาน


 
ส่วนนี่ก็เป็นซุ้มวาดรูปที่มีไว้เพื่อให้นักวาดการ์ตูนมือบอนทั้งหลายได้ขีดเขียน


 
ในบางช่วงก็มีการเปิดอนิเมเรื่องใหม่ ตอนใหม่จากญี่ปุ่นให้ผู้ที่สนใจได้ดูกัน


พวกนี้ดูเรื่องอะไรกันอยู่เนี่ย


นายคนนี้คงจะสังกัด “ชมรมคนเพื่อนน้อย” แหงๆเลย นั่งดู นั่งขำ นั่งเศร้าอยู่คนเดียวไม่มีใครอยากมานั่งดูเป็นเพื่อน


 
บรรยากาศรอบๆเวทีและส่วนหน้างานก็มีคนเข้ามาไม่ขาดสายทีเดียว




 
ตามบูทต่างๆก็มีคนมามากมายเลย



 
เดินไป เดินมาก็พบเจอกับสาวคอสเพลย์สวยๆ ก็ขอแชะรูปพวกเธอมาซักหน่อย



 
ในที่สุดกิจกรรมบนเวทีก็เริ่มขึ้นแล้ว


 
เหล่าสาวๆคอสเพลย์จากเรื่อง Idol Master ก็ออกมาวาดลวดลายพลังเสียงกันให้ดูสดๆ



 
ในขณะที่กิจกรรมบนเวทีกำลังดำเนินไป กลับมาที่บูททุกคนในบูทเริ่มหงอยเหงา

นายคนนี้แอบมานั่งที่บูท แต่ไม่ยอมให้ถ่ายภาพ

 
ส่วนพี่ชายคนนี้ว่างถึงขั้นมีเวลานั่งบริกรรมคาถา 108 เพื่อปลุกเสกเหล่าฟิกเกอร์พรีเคียวทั้ง 22 อยู่


 
ผมเองก็ไม่มีอะไรทำมากนัก ก็เอาของสะสมต่างๆในบูทมาถ่ายเล่นรวมกันซักหน่อย

ไชนี่ ลูมินัสกับการ์ดพลังที่แถมจากขนมโปเต้

รวมพลังสาวพรีเคียวและสาวไอมาส


 
มิกิมิกิ !!


 
 
ส่วนนี่ก็เป็นกิจกรรมส่งท้ายก่อนงานเลิกครับ เป็นกิจกรรมจับฉลากหาผู้โชคดีมารับหมอนข้างนางาโต้ ยูกิ จากเรื่องฮารุฮิครับ





เป็นอย่างไรกันบ้างครับจากภาพบรรยากาศงานที่ผมเอามาฝาก ดูน่าสนุกดีไหมครับ ? ส่วนตัวของผมแล้วรู้สึกสนุกมากเลยครับที่ได้มีส่วนในการจัดงานในครั้งนี้ ตัวงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายเลยทีเดียว แม้จะไม่ถึงขั้นอลังการอะไรมากมายนักแต่ก็พอจะตอบโจทย์ความสนุกสนานได้ตรงจุดเลยล่ะครับ

ไว้ครั้งหน้ามีงานดีๆแบบนี้อีกเมื่อไหร่ผมจะกลับมาทำหน้าที่เป้นผู้สื่อข่าวพาเที่ยวชมงานกันเเบบเฉพาะกิจอีกนะครับ
 
 
ไว้เจอกันใหม่ครับ ทุกๆคน สวัสดีครับ

2011/Dec/15

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน ไม่ได้พบกันเสียนานเลยนะครับ ตอนนี้คำถามแรกที่ผมอยากจะถามกับทุกๆท่านก็คือ “ชีวิตของทุกๆท่านเป็นอย่างไรกันบ้างครับหลังน้ำท่วม ?" คำตอบที่ออกมาก็คงจะไม่พ้นว่าต้องขัดบ้านจนมือชามั้งล่ะ ต้องไล่ทิ้งข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านจนมึนตึ๊บมั้งล่ะหรือแม้กระทั้งต้องทำงานหาเงินเพิ่มเติมเพื่อมาใช้เป็นค่าซ่อมแซมบ้านที่เสียหายมั้งล่ะ สินะครับ ซึ่งคำตอบต่างๆเหล่านี้ก็คงจะแตกต่างกันไปตามความหนัก-เบาของสถานการณ์ที่ทุกๆท่านได้รับนั่นแหละ บ้างคนโดนมากก็ต้องรับผิดชอบหนักหน่อย บางคนโดนน้อยก็พอรับได้ หรือบางคนไม่โดนเลยก็ถือว่าเป็นเรื่องโชคดีที่ไม่โดน ซึ่งเรื่องโดนหนัก-ไม่หนักนี่ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ท่านอยู่อาศัยล้วนๆจริงๆ ไม่รู้จะแก้ไขยังไงนอกจากทำใจรับกับมันให้ได้เท่านั้นแหละครับ

แต่ไม่ว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาจะหนักหรือเบาเช่นไร มาจนถึงวันนี้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็นับว่าคลี่คลายไปได้มากแล้ว บางที่ก็กลับมาเป็นปกติดังเดิม บางทีก็ยังมีน้ำขังบ้าง บางทีน้ำอาจยังท่วมอยู่นิดหน่อย แต่โดยรวมแล้วสถานการณ์ต่างๆก็มีแนวโน้มที่ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆซึ่งก็นับเป็นข่าวดีที่ทุกคนเฝ้ารอคอยมาเป็นเวลานานกว่า 1 เดือนแน่นอน

สำหรับตัวผม ตอนนี้น้องน้ำก็ได้ลาขาดจากบ้านผมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากเธอแอบบุกรุกเข้ามาขออาศัยในบ้านผมเป็นเวลานานร่วมเดือน ตอนเธออยู่ผมเองก็นึกรังเกียจรังงอนเธออยู่มากเหมือนกันที่เธอทำให้ผมและครอบครัวต้องประสบกับภาวะการใช้ชีวิตที่ยากลำบากสุดๆ แต่พอเมื่อถึงวันที่เธอจากลาผมไปอย่างเงียบๆ ผมเองก็อดคิดถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเธอไม่ได้เหมือนกัน เพราะเวลากว่า 1 เดือนนี่เธอก็ทำให้ผมได้พบอะไรใหม่ๆในชีวิตมากมายจนยากจะลืมได้ลงจริงๆ ซึ่งตัวผมเองก็เชื่อว่าทุกๆท่านก็น่าจะมีช่วงเวลาที่เป็นแบบผมไม่มากก็น้อยล่ะครับ จริงไหม ?

Entry ในวันนี้ผมจึงอยากจะนำภาพที่ผมได้ถ่ายเก็บไว้เมื่อวันที่ “น้องน้ำ” บุกบ้านผมอย่างเต็มรูปแบบมาบันทึกลงไว้ให้เพื่อนๆได้ดูกันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนั้นในเขตหลักสี่ (เขตของบ้านผม) มีสภาพเป็นเช่นไรหลังจากที่โดนเธอบุกตะลุยยึดพื้นที่ในบ้านแบบเต็มอัตราศึก


เรามาร่วมรับชมบันทึกดังกล่าวไปพร้อมๆกันได้เลยครับผม


บ้านผมนั้นตั้งอยู่บนพื้นที่เขตหลักสี่ที่ติดอยู่ตรงริมคลองประปาพอดี ซึ่งถ้าใครเคยผ่านไปแถวนั้นก็จะทราบว่ามันเป็นฝั่งตรงข้ามกับเมืองทองธานีนั่นเอง จากภาพจะเห็นได้ว่าน้ำที่ไหลทะลักมาจากคลองประปาได้เอ่อล้นเข้ามายังพื้นที่ที่อยู่อาศัยของชาวบ้านราวกับน้ำตกทีเดียว


ชั่วเวลาแค่ไม่กี่อึดใจน้ำจากคลองประปาก็ได้เข้ามายึดบ้านผมเรียบร้อยเสียแล้ว


ถนนทางเข้าบ้านของผมถูกทำให้กลายสภาพเป็นคลองในบัดดลจนแยกไม่ออกเลยว่าตรงไหนคือถนนและตรงไหนคือสวน


สวนหน้าบ้านของผมถูกยึดคลองโดยน้องน้ำเรียบร้อยแล้ว



เมื่อมองจากสระว่ายน้ำในบ้านผมซึ่งอยู่สูงขึ้นมาหน่อยประมาณ 1 เมตร ก็จะพบว่าพื้นที่โดยรอบที่ต่ำกว่านั้นล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยน้ำทั้งสิ้น


ศาลาหน้าสระว่ายน้ำก็พ้นน้ำเพียงนิดเดียวเท่านั้น


ส่วนนี่คือสภาพด้านข้างสระว่ายน้ำที่เป็นบ่อน้ำ ตอนนี้จากบ่อน้ำก็กลับกลายเป็นเวิ้งน้ำขนาดใหญ่ไปแล้ว


เมื่อเดินลงจากสระว่ายน้ำลงมายังสวนหน้าบ้าน เมื่อมองกลับมายังอีกมุมหนึ่งก็พบว่าสวนทั้งหมดจมน้ำแน่นอนแล้วแม้ว่าสวนหน้าบ้านของผมจะมีเนื้อที่กว่า 1 ไร่ก็ตาม


จมหมดเลย ทุกอย่าง


เมื่อถ่ายจากถนนภายในบ้านด้านในออกไปสู่ด้านนอก (เห็นประตูหน้าบ้านสีดำอยู่ลิบๆ) จะพบว่าต่อให้พื้นที่บ้านผมมีขนาดใหญ่และกว้างแค่ไหน ถ้ามีความสูงของพื้นที่ไม่ถึง 1 เมตรแล้วไซร้ย่อมไม่สามารถหามุมหลบภัยน้ำท่วมได้เลย

รูปปั้นม้าพยศภายในบ้านก็ถูกล้อมรอบด้วยน้ำหมดแล้ว กลายสภาพเป็นรูปปั้นกลางน้ำไปเลย


เมื่อเดินมาจนถึงตัวบ้านใหญ่จะพบว่าหัวน้ำได้มาจ่อหน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

คล้ายๆบ้านติดทะเลสาบน้ำจืดเลยล่ะครับ


ช่วยน้องเหมียวที่บ้านขึ้นฝั่งก่อน

 

จากหน้าบ้าน เราเดินลัดเลาะมาสำรวจสภาพของสวนหลังบ้านกันต่อเลยดีกว่า


ซึ่งก็แน่นอนว่ามันจะรอดไปได้อย่างไร ทั้งหน้าบ้าน-หลังบ้านโดนน้องน้ำยึดครองหมดแล้ว

สวนหลังบ้านที่ไว้ปลูกต้นลีลาวดีกว่าร้อยต้นก็โดนน้องน้ำกลายสภาพพื้นที่ให้เป็นป่าโกงกางไปเสียสิ้น

 

สำรวจบ้านใหญ่ที่ไว้ใช้อยู่อาศัยกันเสร็จแล้ว คราวนี้ก็มาสำรวจพื้นที่บ้านน้อยที่สร้างไว้ใช้พักผ่อนเล่นๆกันต่อบ้างดีกว่า โดยในพื้นที่ดังกล่าวจะแบ่งออกเป็นบ้านพักสองหลังที่ไว้ใช้พักผ่อน 2 สไตล์ คือบ้านแบบ ล็อกโฮม (บ้านไม้แบบฝรั่ง) กับหอกังหันลมแบบฮอลแลนด์

มาดูที่หน้าบ้านล็อกโฮมกันก่อน

สภาพก็คือไม่เหลืออีกเช่นเดิมนั่นแหละ แม้ว่าจะยังไม่ถึงชั้นหนึ่งของตัวบ้านก็เถอะ แต่ชั้นใต้ดินก็โดนน้ำท่วมไปเรียบร้อยแล้ว จากภาพจะเห็นได้ว่าสุนัขจรจัดทั้งหลายแถวนี้ก็หนีมาหลบตรงพื้นที่บ้านผมกันเพียบเลย


ส่วนนี่ก็เป็นภาพจากมุมรูปปั้นม้าพยศอีกหนึ่งตัวที่ตั้งไว้หน้าบ้านล็อกโฮม ซึ่งจากสภาพพื้นที่ก็ไม่ต่างอะไรจากสภาพในพื้นที่บ้านใหญ่แต่อย่างใดเลย คือมีแต่น้ำกับน้ำ



คราวนี้หมุนมุมกล้องไปอีกด้านนึงกันบ้าง จะพบว่ากังหันลมที่ยังไม่ทันได้เอาตัวกังหันมาติดก็ถูกน้ำเข้าท่วมจนต้องชะลอการทำงานออกไปอีก

สวนหน้าบ้านกังหันลมของผมมีสภาพกลายเป็นกังหันลมกลางน้ำไปเสียแล้ว


เมื่อเดินเข้าไปสำรวจบริเวณรอบๆตัวกังหันลม จะพบว่าน้ำมีระดับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมาหยุดที่ระดับท้องของผมแล้ว

 


สภาพภายในบ้านกังหันลมก็ถูกน้ำเข้ายึดครองครบถ้วนทุกตารางนิ้ว เก้าอี้ไม้ภายในบ้านก็ต้องยกขึ้นหนีน้ำอย่างภาพนั่นแหล

คราวนี้เราขึ้นมายังชั้นลอยของบ้านกังหันลมกันบ้าง สิ่งที่พบจากการถ่ายรูปมุมบนของชั้นลอยจะพบว่าพื้นที่ทั้งหมดเต็มไปด้วยน้ำจนยากจะคาดเดาได้ว่าตรงไหนเป็นบ่อน้ำและตรงไหนเป็นพื้นดิน


ถ้าไม่มีใบบัวเป็นตัวบอกเขตของสระน้ำหน้าบ้านกังหันลมแล้วเราจะไม่มีทางรู้เลยว่าตรงนั้นน่ะเป็นสระน้ำที่ขุดไว้ลึกกว่าหลายเมตรเลยทีเดียว


จากมุมนี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนทีเดียวว่าทางเข้าชั้นใต้ดินของบ้านล็อกโฮมด้านล่างไม่มีทางที่จะรอดพ้นจากน้ำท่วมครั้งนี้ไปได้อีกแล้ว

 

สำหรับตัวผมแล้วจากภาพทั้งหมดที่ผมได้บันทึกไว้ น้ำท่วมครั้งนี้ต้องนับว่าเป็นมหาภัยพิบัติของคนกรุงเทพอย่างแท้จริงเลย ในสายตาของผมเมื่อน้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนต่างๆในเมืองกรุงจนสิ้นแล้วไม่ว่าคนๆนั้นจะร่ำรวยหรือยากจน เป็นผู้ดีหรือรากหญ้า ต่างก็ซวยเท่าเทียมกันหมด การใช้ชีวิตจากเดิมที่ทุกคนเคยแตกต่างกันก็ถูกปรับให้เหมือนกันหมด นั่นคือนอนอยู่บ้านเฉยๆ รอกิน รอไปรับของแจก น้ำเพิ่มก็วิตก น้ำลดก็ดีใจ วนเวียนอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนหมดวัน ซึ่งรูปแบบการใช้ชีวิตเช่นนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าไม่ว่าใครต่างก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “น่าเบื่อสุดๆ” การที่ต้องถูกขังอยู่ในบ้านทำอะไรก็ไม่ได้ แก้ไขอะไรก็ไม่ได้ ต้องรอเพียงแค่เวลาให้มันคลี่คลายอย่างเดียวมันช่างเป็นเรื่องที่ชวนหดหู่จริงๆ และมันก็ไม่ใช่แค่วันสองวันเท่านั้น มันยืดยาวเป็นเดือน และซ้ำร้ายกว่านั้นก็คือในตอนนั้นเองเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะคลี่คลายเมื่อไหร่ด้วย มันยิ่งกระตุ้นทำให้เรารู้สึกแย่หนักขึ้นไปอีก

แต่ก็อย่างที่บอกในตอนต้นล่ะครับ เมื่อเวลาที่เลวร้ายพวกนั้นมันผ่านพ้นไปหมดแล้ว เมื่อลองกลับมานั่งหวนรำลึกถึงมันอีกครั้ง เราก็จะพบว่าช่วงเวลาในตอนนั้นมันก็สนุกดีเหมือนกันนะที่มันทำให้เราได้พบอะไรใหม่ๆที่ชั่วชีวิตหนึ่งเราอาจจะไม่ได้เจอมันอีกแล้วก็ได้ อาทิเช่นคนที่เป็นนักเรียนหรือ นักศึกษาก็ต้องไปเปิดเรียนในเดือนธันวาคม-มกราคมแทน ส่วนคนทำงานก็สามารถหยุดงานได้ยาวนานขึ้นโดยไม่นับว่าเป็นวันลา ทุกๆท่านได้ขึ้นรถทหาร-รถบรรทุกฟรี ได้พูดคุยกับคนแปลกหน้าทั้งๆที่ถ้าเป็นในยามปกติแล้วคุณไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาด้วยซ้ำเป็นต้น

ซึ่งจากการที่เราได้มีประสบการณ์ที่แปลกใหม่เพิ่มขึ้นในชีวิตนี่เองก็มีส่วนที่ทำให้เราได้มีเวลาชื่นชมและเรียนรู้กับสิ่งต่างๆรอบตัวได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น มีเวลาและโอกาสในการทบทวนสิ่งต่างๆทั้งในเรื่องของตนเองและของผู้อื่นมากขึ้น ซึ่งในจุดนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่งเลยทีเดียวที่มาพร้อมกับ “น้องน้ำ” เพราะสิ่งสำคัญเหล่านี้มักจะถูกละเลยออกไปจากชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพอันเนื่องมาจากจังหวะในการใช้ชีวิตอันเร่งร้อนของคนเมืองกรุงนั้นมีสภาพที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยกับเรื่องเหล่านี้เท่าใดนั่นเอง ซึ่งมันก็ส่งผลเสียทำให้เราหลงลืมอะไรไปหลายอย่างเลยทีเดียว


เอาล่ะ ! ผมคิดว่าตอนนี้ทุกคนก็คงกำลังตั้งหน้าตั้งตาฟื้นฟูบ้านของตัวเองกันอย่างขมีขมันกันเลยสินะครับ  ทุกท่านเองก็คงเสียเวลาอ่านบันทึกนี้ของผมกันมาพอสมควรแล้ว ถ้าไงผมก็ขอร่ำลากันไปตรงนี้เลยแล้วกันนะครับ

ไว้พบกันใหม่โอกาสหน้า สวัสดีครับ

2011/Nov/03

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน วันนี้ก็ยังถือว่าเป็นอีกวันหนึ่งนะครับที่เราๆท่านๆที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพ เมืองฟ้าอมรยังต้องคอยฟังรายงานเรื่องน้ำท่วมอยู่อย่างใกล้ชิดเพื่อเอาไว้ ใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจทำอะไรซักอย่างในชีวิตที่นับวันชักจะแขวนอยู่บน ความไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ถึงกระนั้นตัวเราเองก็ต้องมีเวลาพัก เบรกจากสิ่งเหล่านี้บ้าง ไม่งั้นก็คงจะเครียดกันหมด เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมจึงอยากจะทำรีวิวของเล่น Precure น่ารักๆมาลงในบล็อกแห่งนี้เพื่อไว้ใช้เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจซักเอนทรี่หนึ่ง ในการลดระดับอารมณ์ความเครียดของพวกเรากันบ้างครับ ซึ่งของเล่น Precure ที่ผมเห็นแล้วว่าน่ารีวิวเป็นอย่างยิ่งในสถานการณ์แบบนี้ก็เห็นจะไม่พ้นของ เล่นที่มาจาก Precure ตัวนี้เลยครับ

 
อีหนูสุดจี๊ด Kurumi Erika หรือ Cure Marine คนนี้นี่เอง


อย่างที่เราทราบกันดีว่าช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงน้ำท่วม ซึ่งผมเองก็นับได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องประสบกับปัญหานี้อยู่เหมือนกัน ซึ่งผมก็ไม่ปฏิเสธเลยว่ามันได้ส่งผลโดยตรงทำให้การทำรีวิวในช่วงนี้ของผมหยุดกึกไปอย่างช่วยไม่ได้เลย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อพอเราอยู่กับมันไปได้ช่วงหนึ่งแล้วเราจะรู้สึกว่ามันก็ทำให้เรามีเวลาว่างมากขึ้นจริงๆ เพราะถึงช่วงแรกๆเราจะยุ่งเพราะต้องเตรียมตัวรับมือก็ตามที แต่พอน้ำมันเริ่มเข้ามาท่วมบ้านจนพอสมควรแล้ว เราก็หนีไม่พ้นที่จะต้องอยู่ในสภาพติดเกาะ จะไปไหนหรือทำอะไรก็ไม่ได้มากต้องอยู่ติดบ้านอย่างเดียว การถ่ายรูปรีวิวของเล่นต่างๆจึงนับว่าเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจมากที่จะไม่ทำให้ชีวิตของท่านต้องอับเฉามากเกินไปนัก

เพราะฉะนั้น ผมจึงได้หยิบจับเอา Chibi-Arts Cure Marine มาทำรีวิวซะเลย เพราะต้องยอมรับเลยว่าสินค้าชุดนี้นั้นมีพลังอะไรบางอย่างที่ทำให้ตัวผมรู้สึกแช่มชื่นจริงๆ จะเพราะว่า Chibi-Arts ตัวนี้มาจากของเล่นของตัวละครที่เบิกบานเริงร่าที่สุดในซีรี่ส์ Precure เลยก็ว่าได้มั้งที่ทำให้มันมีอะไรที่น่าสนใจเอามากๆ บวกกับคอนเซปของตัวของเล่นในสาย Chibi-Arts ที่ทำออกมาได้อย่างน่ารักสุดๆด้วยแล้ว จึงยิ่งทำให้ของเล่นชุดนี้ของตัวละครตัวนี้มันดูยอดเยี่ยมไปเลยจริงๆ

ในส่วนรายละเอียดของตัวของเล่น พูดได้ว่าไม่มีความแตกต่างไปจากตัวในชุดก่อนๆเลยจริงๆนะ เนื่องจากในความเห็นของผม บันไดยังคงรักษาคุณภาพในการผลิตได้เป็นอย่างดี มีอุปกรณ์ชิ้นส่วนมาให้เปลี่ยนเล่นเยอะแยะ สีสันสดสวยและมีขนาดน่ารักมาก สรุปโดยรวมแล้วบันไดก็ยังทำออกมาได้ดีไม่มีอะไรที่ต้องติติงมากมาย กับใครที่ชื่นชอบของเล่นแนวนี้ก็หามาเก็บโดยที่ไม่ต้องลังเลใจอะไรให้มากนัก ได้เลย เพราะฉะนั้นผมก็จะขอข้ามไปสู่การรีวิวเลยแล้วกันครับ


Let's Review!

กล่องผลิตภัณฑ์ทำออกมาได้น่ารักเอามากๆ
 
ชอบตรงสีฟ้าเป็นธีมหลักของตัวกล่องเนี่ยแหละ มันดูเย็นตาสบายใจดี


แกะกล่องออกมา แล้วเอาหน้าทั้งหมดออกมาวางรวมกันเลย
มีหน้าในอารมณ์ต่างๆแถมมาให้รวมทั้งหมด 4 หน้า น้อยกว่าของ Cure Blossom ตั้ง 2 หน้าแน่ะ


ทีนี้ก็มาถึงตัวของเล่นชิ้นหลักกันบ้าง
 
 
 
เมื่อมองรอบด้านแล้ว ผมบอกได้เลยว่าตัวงานทำออกมาได้น่าถูกใจสุดๆไปเลย การจัดวางท่าทางและการปั้นหน้าปั้นตาต่างๆทำออกมาได้น่ารักจริงๆครับ


เอามาจัดท่าทางต่างๆกันดูบ้าง
ท่าจ๊ะเอ๋ !!!
 
กลีบดอกไม้ที่พลิวไสวไปบนสายลมแห่งพื้นสมุทร Cure Marine !!!
 
ฟอรัล พาวเวอร์ ฟอร์เตชชิโม่ !!!
 
Heartto Catchi !!!
 
ตัดอารมณ์มากันที่เจ้าโครเฟรเบ่งตดกันบ้าง
ทำหน้าตาได้ใจมาก


ทีนี้มาดูเจ้าของทำหน้าตาตอนระเบิดตดกันดูบ้าง
หน้าตาได้อารมณ์มาก ไม่แพ้ภูติประจำตัวของเธอเลย
 
 
 
เอามาจัดท่าทางในแบบน่ารักๆกันต่อดีกว่า
ท่าส่งความรักให้กับทุกๆคน

ท่าโบกมือทักทาย

ท่าเต้นตอนจบในเพลงเอนดิ้งแรก ทำได้น่ารักบาดใจจริงๆ

ท่านี้น่ารักจริงๆ

ชอบหน้า Cure Marine ตอนเธอประหลาดใจมาก น่ารักมากเลยล่ะ ตาเป็นจุดๆดำๆ ดูแล้วตลกดี


และด้วยความที่คุณเธอเป็นคนไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ เวลาเจอนกพันธุ์แปลกๆก็ย่อมต้องรู้สึกฉงนเป็นธรรมดา


จากที่ได้เคยทำรีวิวของเล่นในไลน์นี้มา ครั้งนี้ผมคิดว่าเป็นอีกครั้งหนึ่งล่ะครับที่สามารถทำไปยิ้มไปได้ เนื่องจากผมรู้สึกตลกขบขันบวกกับเอ็นดูในท่าทางและหน้าตาของยัยเอริกะจริงๆที่เวลาคุณเธอจะทำหน้าหรือแสดงอารมณ์อะไรของเธอออกมา ถ้าไม่น่ารักสุดๆก็ดูฮาสุดๆไปเลย เรียกว่าเป็นคนประเภทที่ไม่กั๊กอารมณ์ของตัวเองจริงๆ มีอย่างไรก็แสดงออกมาอย่างนั้น สมกับเป็นเด็กไฮเปอร์สมชื่อจริงๆเลยนะ เอริกะ

สุดท้ายนี้ ผมก็ขอบคุณทุกๆท่านนะครับที่เข้ามารับชมรีวิวของผม หวังว่าเพื่อนๆทุกคนจะอยู่รอดปลอดภัยจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้นะครับ

แล้วไว้เจอกันใหม่อีกทีเเล้วกันครับ


สวัสดีครับ

 

2011/Oct/04

สวัสดีครับ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกๆท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สบายดีไหมเอ่ย ? ช่วงนี้ก็เข้าสู่ช่วงปิดเทอมของใครหลายๆคนกันแล้ว เวลาว่างในการที่จะทำอะไรตามใจอยากก็คงจะมีมากขึ้นสินะครับ ส่วนตัวผมเองนั้นก็มีเวลาว่างมากขึ้นเช่นเดียวกัน จึงทำให้ช่วงนี้สามารถปล่อยรีวิวของเล่นที่ยังคงติดค้างอยู่ออกมาได้เรื่อยๆตามที่ได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก ซึ่งแน่นอนว่าวันนี้ผมเองก็ตั้งใจมารีวิวของเล่นเหมือนอย่างเคย โดยของเล่นที่เลือกมาทำรีวิวในครั้งนี้ก็มาจากซีรี่ส์ของเล่น Precure เจ้าเก่า ซึ่งสินค้าจากตัวละครที่ผมคัดสรรมารีวิวในวันนี้ก็คือตัวละครตัวนี้เลยครับ
 
 
 
แม่หนู Kurumi Erika หรือ Cure Marine สุดจี๊ดนั่นเอง


นับตั้งแต่ที่ Figurt ของ Cure Blossom ออกวางจำหน่ายแล้ว ก็ไม่แคล้วที่ Figurt ของแม่หนูสุดจี๊ดขวัญใจใครหลายๆคนจะออกตามมาเรียกคะแนนนิยมกลับคืน ซึ่งถ้าพูดให้ถึงที่สุดแล้วตัวละครตัวนี้ก็เป็นเหมือนไฟท์บังคับที่ยังไง เสียบันไดก็ต้องทำออกมาขายในเร็ววันอยู่แล้ว เนื่องจากกระแสของแม่หนูแกกำลังขึ้นไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ชนิดที่ว่าคะแนนนิยมของตัวเธอนั้นไม่ยอมตกลงง่ายๆเลยแม้ว่าเรื่อง Heartcatch Precure อันเป็นซี่รี่ส์หลักของเธอจะอวสานไปได้พักใหญ่ๆแล้วก็ตามที เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไรนักที่บันไดจะประกาศวางจำหน่ายสินค้า Figuart ของ Cure Marine ออกมาอย่างรวดเร็วจนแทบจะทันทีทันใดเลยทีเดียว ซึ่งต่างจากสินค้าตัวละครพรีเคียวที่มาจากซีรี่ส์อื่นๆที่กว่าจะออกมาได้ ต้องรอนานกันข้ามปีจนเกือบจะลืมหน้ากันไปเสียด้วยซ้ำ

แน่นอนว่าดังขนาดนี้ เป็นที่นิยมขนาดนี้ บันไดไม่กล้าทำสินค้าแย่ๆออกมาวางขายแน่นอน เพราะฉะนั้นสินค้า Figuart ของ Cure Marine ตัวนี้จึงนับว่าทำได้ดีไม่แพ้ Cure Blossom เลยทีเดียว ซึ่งถ้าไม่พูดเกินเลยไปนัก ผมคิดว่าอาจจะทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ เนื่องจากทั้งของแถม รายละเอียดต่างๆ สีสันหรือเเม้กระทั้งความสวยงามโดยรวมต่างทำออกมาดูดีกว่า Cure Blossom มาก การขยับในจุดต่างๆก็พัฒนาขึ้นมาอีกระดับ การเปลี่ยนพาร์ทชิ้นส่วนต่างๆเองก็ทำได้ลื่นไหลไม่ติดขัดหรือต้องออกแรงเงื้อง้างมากมาย รายละเอียดในส่วนต่างๆไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ชุดแต่งกายหรือแม้กระทั้งผมเพ้าก็นับว่าทำออกมาได้ดีมากทีเดียว ส่วนเรื่องราคานั้นก็นับว่าไม่แพงมากนัก เพราะถ้าตีตามราคาตลาดที่ขายอยู่ในไทยก็ตกตัวละประมาณ 1300 บาท ซึ่งเป็นราคามาตรฐานของของเล่นจำพวกนี้อยู่แล้ว จึงทำให้ใครที่อยากจะได้คงไม่ต้องเหนื่อยแรงเก็บเงินมากมายหลายบาทมากนักต่อการที่จะได้มาครอบครองซักชิ้นนึง เพราะฉะนั้นถ้าจะให้ผมประเมินจากข้อดีเหล่านี้ ผมเชื่อเหลือเกินว่าสินค้า Figuart ชิ้นนี้น่าจะเหมาะกับเหล่านักสะสมของเล่นพรีเคียวเป็นอย่างยิ่งทีเดียว ซึ่งถ้าหากมีท่านใดสนใจก็ลองไปหาซื้อตามร้านขายของเล่นประจำของตัวท่านดู แล้วกันนะครับ เชื่อว่าไม่น่าจะหายากอะไรเเน่นอน


แนะนำกันเสร็จแล้ว ก็มาถึงคิวของการรีวิวด้วยภาพถ่ายกันต่อเลยครับ
 
 
 
Let's Review!

แน่นอนว่าต้องมาดูหน้ากล่องผลิตภัณฑ์กันก่อนว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไร
 
สำหรับหน้ากล่องและการออกแบบผลิตภัณฑ์ ผมชอบสีสันประจำตัวของเธอมาก เนื่องจากสีฟ้าสดสวยแบบนี้มันช่างล่อตาล่อใจและแสนเตะตาจริงๆเวลาที่มอง


เปิดกล่องแล้วจับเอาพาร์ทหรือชิ้นส่วนต่างๆที่แถมมามากองรวมกัน
ของแถมที่แถมมาให้ก็ยังนับว่าครบครันทีเดียวตามแบบฉบับของพรีเคียวภาคนี้


แถมฐานตั้งประจำตัวมาให้ด้วย
 
 
 
หยิบแม่หนูสุดจี๊ดประจำวันนี้ของเรามารีวิวกันได้แล้ว
 
 
สัดส่วนและการแอ๊กท่าทางทำได้ดีมาก ดูเตี้ยและแก่นแก้วดีจริงๆ


อุ่นเครื่องด้วยการขยับท่าทางอีกซักเล็กน้อย
 
 
 
 
ก่อนไปท่าอื่น เราก็ต้องโพสท่าแปลงร่างเสียก่อน
ดอกไม้ที่ผลิวไสวไปกับสายลมแห่งพื้นสมุทร
 
 
Cure Marine !
 
 

แปลงร่างเรียบร้อย ทีนี้ก็เอามาจัดท่าทางตามสไตล์คุณเธอกันเลย
 
 
ท่าทางแต่ละท่า เอามาจัดได้ไม่ยากจริงๆนะ บันไดทำการขยับของ Figuart ตัวนี้มาดีมากทีเดียว


เป็นของเล่นพรีเคียว มันจะพ้นท่าต่อสู้ได้ยังไง

ท่าด่า
หัวใจที่ยิ่งใหญ่ดั่งมหาสมุทรของฉันมันมาถึงขีดจำกัดแล้วนะ !!!
 
 
ว่าแล้วก็ต้องตั้งท่าสู้
 
ท่าออกหมัดตรง

ท่ากระโดดโจมตี

ท่าเตะแบบเท่ๆ
 


สู้แบบธรรมดามากพอแล้ว ที่นี้มาถึงท่าต่อสู้คู่กับอาวุธประจำกาย มารีน แท็กค์ กันบ้าง
 
ฟาวเวอร์ แท็กโตะ !
 
 
พลังแห่งบุปผาจงรวมตัว !!
 
 
ปราบมารร้ายให้สิ้นซาก !!!
 
 
 
เหนื่อยมามาก ก็ต้องเอาสเปรย์ระงับกลิ่นกายแบบแห้งเร็วมาฉีดพ่นซะหน่อย
 
 

เพื่อการแอ็คท่าจบรีวิวที่มั่นใจไร้กลิ่นรบกวน
 
 
การทำรีวิวของเล่นจำพวก Figuart นี่ก็ยังถือว่ายากอยู่พอสมควรทีเดียว ใช้เวลาทำแต่ละรีวิวยาวจริงๆ ซึ่งผมก็หวังว่ารีวิวที่ผมทำมาในวันนี้จะถูกใจทุกๆท่านบ้างนะครับ
 
แล้วค่อยเจอกันใหม่อีกทีในรีวิวครั้งหน้า สำหรับวันนี้สวัสดีครับ


Der Kaiser
View full profile